
คำต่อคำการปราศรัยใหญ่ ชาวตรัง…ใจเดียว ฟ้าทั้งใจ ฟ้าทั้งใต้
คำต่อคำการปราศรัยใหญ่ ชาวตรัง…ใจเดียว ฟ้าทั้งใจ ฟ้าทั้งใต้
ณ หน้าศาลากลางหลังเก่า ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง
โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
กราบสวัสดีพี่น้องตรังที่เคารพรักทุกท่านครับ สวัสดีครับ… กราบขอบพระคุณพี่น้องทุกคนที่เดินทางมาที่นี่ และตลอดทั้งวัน… ตลอดทั้งวันที่ผมได้ตระเวนอยู่ในจังหวัดตรัง ได้มอบกำลังใจ ดอกไม้ พวงมาลัย ผ้า และความรักความผูกพันที่ผมและพรรคประชาธิปัตย์มีกับพี่น้องชาวตรังทุกคน กราบขอบพระคุณจริงๆ ครับ
ผมเดินทางมาทางภาคใต้ 2 วันก่อน ไปนครศรีธรรมราช ไปหาดใหญ่ วันนี้นอกเหนือจากที่นี่ เมื่อสักครู่เพิ่งลงเวทีจากพัทลุง ไม่น่าเชื่อเลยครับ 4 เดือนที่แล้วเขาบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์หมดอนาคตแล้ว… ผมอยากให้คนที่บอกพรรคประชาธิปัตย์หมดอนาคตแล้ว มาฟังเสียงพี่น้องที่นี่ดังๆ สิครับว่า… (เสียงเชียร์) ขอบพระคุณจริงๆ เพราะว่า 5 เดือนที่แล้ว 6 เดือนที่แล้ว ผมออกไปจากการเมืองแล้ว ไม่นึกไม่ฝันหรอกครับว่าวันนี้จะมายืนอยู่ตรงนี้และมีพี่น้องมามากมายขนาดนี้ แต่วันหนึ่งที่ผมออกไป ผมถูกถามตลอดเวลาว่าจะมีการกลับมาการเมืองไหม ผมบอกผมไม่ทราบ ผมทราบอย่างเดียวถ้าผมกลับมาการเมือง ผมต้องอยู่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว ก็ทีมฟุตบอลผมเชียร์มาตลอดชีวิตนี่แทบไม่เคยชนะเลย ผมก็ยังเชียร์อยู่ เพราะผมเป็นคนใจเดียว พรรคก็พรรคเดียว ภรรยาก็คนเดียว อันนี้ไม่ต้องเปรียบเทียบอะไรทั้งนั้น… เหมือนกับพี่น้องคนใต้ คนใต้ใจเดียวเหมือนกัน ผมกลับมาด้วยภารกิจที่หนักหน่วง คือ 1. ต้องมาช่วยฟื้นฟูพรรค ซึ่งถูกมองว่ากำลังจะสูญพันธุ์ ถูกสบประมาทอย่างนั้น แต่ 2. ที่สำคัญกว่าคือต้องมาช่วยบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง เพราะพี่น้องประชาชนทนแทบไม่ไหวแล้วกับการเมืองและบ้านเมืองที่ผ่านมา ใช่ไหมครับ
ผ่านมาประมาณ 4 เดือน ผมโชคดีครับ… โชคดีที่การฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมไม่ต้องทำคนเดียว ผมมีใครครับ ผมยังมีผู้อาวุโสในพรรคซึ่งปักหลักหนักแน่นอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์จนถึงทุกวันนี้ และแน่นอนที่สุดครับ บุคคลที่สำคัญในการเป็นหลักชัยให้กับประชาธิปัตย์มาตลอดก็ยังอยู่ที่นี่ครับ ท่านอดีตหัวหน้าชวน หลีกภัย นั่งรถมาจากพัทลุง ดูในโทรศัพท์เห็นหัวหน้าบัญญัติ บรรทัดฐาน เดินหาเสียงอยู่ที่สุราษฎร์ธานี นี่คือบุคลากรที่อยู่กับประชาธิปัตย์มากว่า 50 ปีก็ยังอยู่ที่นี่ ผมโชคดีที่หลายคนที่เคยทำงานกับผม วันนี้ก็กลับมายืนหยัดช่วยงานผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ… ฮูวัยดีย๊ะ (พิศสุวรรณ อุเซ็ง) ก็ใช่… สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล และอีกหลายต่อหลายคนซึ่งพร้อมแล้วที่จะกลับมาทำงานให้กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ผมพูดตั้งแต่ตอนกลับมาว่า พรรคประชาธิปัตย์หยุดอยู่กับที่ไม่ได้ และก็ไม่ใช่ว่าผมกลับมาจะพาพรรคกลับไปเหมือน 15 ปีที่แล้ว ตอนที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ใช่… สิ่งที่ต้องไม่เปลี่ยนคืออุดมการณ์ หลักการ ความซื่อสัตย์สุจริตที่เราต่อสู้เพื่อสิ่งนี้มาโดยตลอด แต่โลกเปลี่ยนไปเยอะ ผมก็ต้องดึงคนใหม่ๆ หรือคนอีกรุ่นมาทำงานกับผม บางคนเป็นผู้แทนก็เป็นช่วงพอดีที่ผมออกไป แต่วันนี้อยู่กับเราก็มีอยู่หนึ่งคนยืนอยู่ตรงนี้ครับ กาญจน์ ตั้งปอง สส. จังหวัดตรัง และก็มีคนใหม่ที่พร้อมมาเป็นกำลังสำคัญในจังหวัดตรังไม่ว่าจะเป็นในเขต 1 เขต 2 เขต 3 ครับ แสดงตัวหน่อย
3 คนนี้อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม… เมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่มันเป็นตัวที่บ่งบอกอะไรครับ บ่งบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นเราสามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ท่านนายกฯ ชวน เป็นหัวหน้าพรรควันที่ผมเดินเข้าไปตอนอายุ 27 พรรคสนับสนุนให้ผมขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคได้ วันข้างหน้าผมก็ต้องส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ สืบทอดสืบสานอุดมการณ์ แต่พรรคก็ต้องเดินไปข้างหน้าตลอดเวลา พี่น้องที่นี่ใช้คำว่าสมบัติของผู้เฒ่า… ก็มีพรรคฝ่ายตรงข้ามมากระแนะกระแหน มาแซะ ว่าพูดถึงแต่เรื่องเก่าๆ ไม่เข้าใจเหรอครับ สมบัติของผู้เฒ่าถ้ามันไม่มีค่าไม่มีใครเขาเก็บไว้หรอกครับ… ผมจะรอดูว่าพรรคเขาอ่ะตอนเขาเป็นผู้เฒ่าจะยังเหลืออะไรไหม
พี่น้องครับ เราเดินไปข้างหน้าเพราะวันนี้เราต้องต่อสู้กับหลายสิ่งหลายอย่างแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน ช่วงผมออกไปจากการเมือง หลายคนมาบอกผมว่าอย่าคิดกลับเข้ามาเลย บ้านเมืองการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนสมัยที่อภิสิทธิ์อยู่หรอก สมัยก่อนเขาบอกว่าภาคใต้ไม่มีซื้อเสียง ภาคใต้พี่น้องปฏิเสธ ภาคใต้คนมาปราศรัยกันเยอะแยะ เดี๋ยวนี้เขาบอกว่าซื้อเสียงหนักสุดภาคใต้ เขาบอกว่า สส. ราคาแพงที่สุดอยู่ภาคใต้ เขาบอกว่าปราศรัยเยอะๆ ต้องจ้างมา พูดยังไม่ทันจบคนหายกลับไปหมดแล้ว… คือลืมให้โอที แกนนำพรรคขึ้นพูดเหลือแต่เก้าอี้ แต่ผมไม่เคยเชื่อ ผมไม่เชื่อ ผมไม่ยอมจำนน ผมไม่เคยเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งสืบทอดสืบสานอุดมการณ์มา บางช่วงอาจจะตกต่ำ บางช่วงอาจจะผิดพลาดก้าวพลาดบ้าง แต่ด้วยระบบและคุณค่าค่านิยมพื้นฐานของพรรคต้องอยู่คู่กับประเทศไทยครับพี่น้องครับ
เช่นเดียวกัน การเมืองที่มันสับสนวุ่นวายก็มีบางช่วงสังคมก็ไขว้เขวได้ แต่สุดท้ายเราต้องกลับมาอยู่กับความจริง ความจริงที่ว่าถ้าบ้านเมืองนี้มีแต่เรื่องเงินเรื่องทุนมาครอบงำ ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ไม่คำนึงถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เราก็จะมีการเมืองที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน เต็มไปด้วยการต่อรองผลประโยชน์ของนักการเมือง และสุดท้ายประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนไม่มีอะไรดีขึ้น หลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตต่ำมาก ต่ำกว่าหลายประเทศในโลก ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน จนเราพูดกันเสมอใช่ไหมครับว่า เราเคยฝันว่าจะไล่ตามประเทศที่เจริญแล้วทัน มันดูห่างออกไปทุกที จนเราเริ่มกังวลว่าหลายประเทศที่เราเคยคิดว่าเขาล้าหลังกว่าเราเริ่มแซงเราไปแล้ว และอีกหลายประเทศไล่จี้ติดเรามา
ถามว่าทำไม วันก่อนนักธุรกิจระดับโลกให้สัมภาษณ์ครับ บอกไม่มาลงทุนหรอกประเทศไทย เพราะมาแล้วไม่รู้ต้องจ่ายใต้โต๊ะเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าต้องมาทำธุรกิจแข่งขันกับบริษัทที่มีเส้นมีสายกับผู้มีอำนาจและเขาจะทำมาหากินอย่างไร นี่คือความเลวร้ายของการทุจริตคอร์รัปชัน และวันนี้มันไปอีกขั้นหนึ่งแล้วครับ เมื่อก่อนเงินที่มาหมุนเวียนในทางการเมืองอาจจะเป็นของนายทุนขนาดใหญ่ในประเทศ แต่หลายธุรกิจก็ทำธุรกิจที่สุจริต แต่วันนี้ปริมาณเงินที่พูดกันเนี่ย เป็นไปไม่ได้แล้วครับ ช่วงที่ผมเข้ามาใหม่ๆ แล้วเขาพูดกัน 30 50 70 ไม่ใช่ 30 บาทนะครับ 30 ล้าน ไม่ใช่ 50 บาท 50 ล้าน ไม่ใช่ 70 บาท 70 ล้าน พี่น้องคิดดูถ้า สส. คนหนึ่งราคา 70 ล้าน 400 เขต ไม่รู้กี่พรรคที่ใช้ระบบนี้ เงินมากมายมหาศาล มีธุรกิจไหนที่สุจริตทำเงินแบบนี้ได้
อย่าได้แปลกใจว่าในขณะที่โลกเขาบอกว่า ไอ้คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ที่ชอบส่งข้อความชอบโทรมาหลอกลวงพวกเราญาติมิตรเราทั้งหลายเนี่ย เขาบอกมันตั้งอยู่รอบๆ ประเทศไทย เมียนมาบ้าง กัมพูชาบ้าง และเขาบอกว่าพอพวกนี้หลอกเงินคนทั้งโลกได้แล้ว ก็ส่งเงินเข้ามาระบบการเงินไทย เป็นเรื่องใหญ่มาก ทั่วโลกเขาเดือดร้อนเพราะมันไม่ใช่แค่หลอกลวงนะครับ มันหลอกคนมาเป็นเรื่องการค้ามนุษย์มาทำงานกักขังอยู่ในคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ ในขณะที่เขาบอกอยู่รอบๆ ประเทศไทย เอาเงินมาฟอกในประเทศไทย หลายประเทศเขาต้องไล่ออกกฎหมาย เขาต้องไล่อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ขึ้นบัญชีดำสแกมเมอร์ทั่วโลก แต่ประเทศไทยช้ากว่าเขาเพื่อน ต้นปีที่แล้วใครจำได้ ดาราจีนมาถูกลักพาตัวไป เขาช่วยออกมาแต่ว่าเห็นไหมครับ กว่าจะไปตัดน้ำตัดไฟตัดเน็ต กว่าจะไปปราบปรามจริง รัฐมนตรีของจีนนะครับต้องเดินทางมาบัญชาการให้รัฐบาลไทยปราบสแกมเมอร์ที่ฝั่งเมียนมา นี่ถ้าไม่รบกับกัมพูชาผมก็ไม่รู้ว่าจะเข้าไปลุยแหล่งเหล่านี้ในกัมพูชาหรือไม่
จึงอย่าได้แปลกใจครับว่า ทำไมนักท่องเที่ยวจีนหายไปเกือบหมด อาจจะกลับมาก็ตรุษจีนนี่แหละครับ หลังจากที่พระเจ้าอยู่หัวเสด็จจีน แต่ก่อนหน้านี้คือคนจีนดูข่าวเหล่านี้ไงแล้วก็บอกว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัย ระหว่างนั้น เกาหลี สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ขยับยึดทรัพย์อายัดทรัพย์คนเป็นว่าเล่น แต่ไทยช้ากว่าเขาเพื่อน เพราะเราก็เห็นภาพว่า ชาวต่างชาติที่คนมองว่าเป็นสแกมเมอร์ใหญ่หรือนักฟอกเงินใหญ่ สามารถมีรูปถ่ายกับคนใหญ่คนโตในประเทศไทยได้เกือบทั้งหมด เราจะอยู่กันแบบนี้เหรอครับ เราจะยอมให้ประเทศไทยถูกตราหน้าว่าเป็นแหล่งฟอกเงิน เป็นแหล่งรวมทุนเทา เราจะยอมรับเหรอครับว่าเรื่องเหล่านี้เราไม่ต้องสนใจ ทั้งๆ ที่คนไทยถูกหลอกทุกปีๆ เงินเป็นแสนล้านนะครับ หมดเวลาแล้วที่เราจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาทำบ้านเมืองให้เป็นบ้านเมืองสุจริตเสียทีครับ
ความจริงผมแทบไม่ต้องมายืนพูดตรงนี้เลย เพราะคนที่ต่อสู้เรื่องบ้านเมืองสุจริตมาตลอดชีวิตทางการเมือง เป็นผู้นำในเรื่องนี้ นั่งอยู่ตรงนี้ครับ นายชวน หลีกภัย ของพี่น้องคนตรัง เดี๋ยวจะคุยต่อว่าทำไมเราจะต้องทำอะไรในเรื่องการเอาบ้านเมืองสุจริตคืนมา แต่สิ่งที่ผมตั้งใจกลับมา เนี่ยมาต่อสู้เรื่องนี้ต่อ และเคียงบ่าเคียงไหล่กับผมมา 30 ปีกับพรรคประชาธิปัตย์มากว่า 30 ปีที่ผมอยู่ในทางการเมืองก็คือพี่น้องที่นี่ เราต้องเอาเรื่องนี้กลับมาเพราะอย่างที่ผมบอก ถ้าปล่อยแบบที่เป็นอยู่ ชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องแทบจะหวังพึ่งอะไรไม่ได้ อย่างเศรษฐกิจ มีแต่ต้องรอคอยโครงการของรัฐบาลมากระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งเป็นคราว ปลายปีที่แล้วมีคนละครึ่ง ผมเดินเข้าตลาดพ่อค้าแม่ขายชาวบ้านก็ยิ้มพอได้เพราะมันมีเงินหมุนเวียนมากขึ้น แต่โครงการจบตอนปีใหม่ หลังปีใหม่กลับไปเดินที่เดิม เงียบสนิท เราไม่มีทางที่จะให้รัฐบาลมาคนละครึ่ง คนละครึ่ง คนละครึ่ง อยู่ตลอดเวลา
แต่พี่น้องจำได้ไหม วันที่ยางราคา 180 จำได้ไหมครับ เราไม่ต้องมารอพึ่งรัฐบาลครับ คนมีรายได้ คนทำมาหากินได้ เศรษฐกิจก็หมุนเวียนก็โตได้ ผมกลับมาครั้งนี้ ดึงคุณกรณ์ จาติกวณิช กลับมา เพราะเราสองคนเคยต้องรับผิดชอบประเทศช่วงเกิดวิกฤตทางการเงินใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก ผมกลับมาผมเอา ดร.การดี (เลียวไพโรจน์) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาช่วย ผมดึงคนหนุ่มจากหาดใหญ่ชื่อวีระพงศ์ ประภา เป็นผู้เชี่ยวชาญทำงานเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างประเทศมา ทำไมครับ เพราะผมอยากมาทำให้พี่น้องมีรายได้ดีแบบยั่งยืน
ยางพาราวันนี้เหลือ 50 บาท เรามีประกันรายได้อยู่แล้วประชาธิปัตย์ต้นตำรับเรื่องนี้ เราประกันที่ 60 แต่มันควรจะดีกว่า 60 จะทำอย่างไรวันนี้เราวางแผนทั้งหมดสำหรับภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นยาง ปาล์ม ประมง ผลไม้ พี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวซึ่งไม่ควรจะจำกัดอยู่เฉพาะเมืองใหญ่ๆ เพราะทุกที่มีของดีด้วยกันทั้งสิ้น เราจะทำโครงการมอเตอร์เวย์ลงมาสู่ภาคใต้ เราจะทำให้มีรถไฟแม้จะไม่ใช่ความเร็วสูงแต่วิ่งได้ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลงมาต่อถึงชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อไปต่อกับรถไฟระบบเดียวกันที่วิ่งจากมาเลเซียไปสิงคโปร์ และจะทำรถไฟความเร็วสูงต่อจากจีนที่เข้ามาลาวลงมาเชื่อมกับตรงนี้ด้วย เพื่ออะไรครับ เพื่อให้การเดินทางเพื่อให้การค้าขายมันเกิดขึ้น แล้วจะดึงนักลงทุนเข้ามา อย่างยางพาราผมมั่นใจเลยครับตอนนี้มีธุรกิจใหญ่ๆ ผลิตยางรถยนต์ไฟฟ้า ยางสำหรับล้อเครื่องบิน อยากจะมาผลิตที่นี่ ซื้อยางพาราพี่น้อง ทำเรื่องนี้สำเร็จผมมั่นใจยางพาราไม่มีต่ำกว่า 80 บาทครับพี่น้องครับ
ท่องเที่ยวก็ต้องเดินหน้าได้ เราจะสนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจ เราจะสนับสนุนเรื่องการเอาข้อมูลมาช่วยภาคเอกชนทั้งหมดในการทำเรื่องนี้ พูดไปแล้วก็อดพูดไม่ได้ครับว่า ยังมีพรรคการเมืองเนี่ยมาใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์อีกว่าเรื่องพวกนี้ทำไมไม่ทำ มี สส. มา 30 ปี จริงๆ พี่น้องที่นี่ผมเชื่อทราบอยู่แล้ว สส. ทำได้คือเอาปัญหาไปบอกรัฐบาล คนจะอนุมัติโครงการต้องนั่งอยู่ที่กระทรวงมีอำนาจ 30 ปีประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลอยู่น้อยมากครับ คุมกระทรวงคมนาคมด้วยตัวเองจริงๆ แค่ 2 ปีครับ แต่ประชาธิปัตย์ก็เอาเรื่องถนน 4 เลน รถไฟทางคู่ลงมา มีแผนการพัฒนาสนามบิน แต่พรรคที่มาด่าประชาธิปัตย์สิครับ นั่งกระทรวงคมนาคม นั่งกระทรวงท่องเที่ยว ยาวนานกว่าคนอื่นเขา ไม่ทำอะไรให้พี่น้อง ถึงเวลาเลือกตั้งมาขู่ทีว่าถ้าไปเลือกพรรคอื่นจะไม่มีโครงการเกิดขึ้น รู้จักพี่น้องที่นี่น้อยไปครับ จะมาข่มขู่เอาคะแนนเสียง ไม่ได้ครับ
ไม่น่าเชื่อ ผมเพิ่งมาจากพัทลุง มาว่าไปว่ามาบอกพัทลุงมี OTOP คือส่งออกมือปืน คนพัทลุงเขามีอะไรดีกว่านั้นเยอะครับ แต่ตอนที่เป็นรัฐมนตรีท่องเที่ยวก็ได้แค่จัดอีเวนต์ ทำไมไม่ลงทุนหลายเรื่องในโครงสร้างพื้นฐานในการที่จะทำให้ประชาชนทั้งคนไทยทั้งชาวโลก รู้ว่าจะเป็นพัทลุงก็ดี ตรังก็ดี มีของดีอีกมากมาย ประชาธิปัตย์จะทำเรื่องเหล่านี้ เราคือมืออาชีพที่กอบกู้เศรษฐกิจมาแล้วจากวิกฤตถึง 2 ครั้ง และทุกครั้งเราไม่ได้กอบกู้วิกฤตอย่างเดียว เราวางรากฐานให้ประเทศเข้มแข็งขึ้น ผมมั่นใจครับ ให้โอกาสเราเราทำเรื่องนี้ได้ แต่สืบเนื่องจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ชีวิตของพี่น้องก็ต้องดำเนินต่อ ผมไม่มาหลอกหรอกครับว่าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลพรุ่งนี้เศรษฐกิจโตพรวดพราด เป็นไปไม่ได้ผมรู้ต้องใช้เวลา แต่ชีวิตพี่น้องประชาธิปัตย์ต้องดูแลให้ครบตั้งแต่เกิดจนตาย เพราะเราทำมาแล้ว…
วันที่พี่น้องในชนบทไม่มีโรงเรียนอนุบาล รัฐมนตรีศึกษาที่ชื่อชวน หลีกภัย ทำโครงการอนุบาลชนบท วันที่เด็กนักเรียนไม่ได้ดื่มนม นายชวน หลีกภัย ก็เป็นคนทำโครงการนมโรงเรียน และผมดีใจที่สุดครับ 3 วันที่ลงมาทางใต้ บางทีแวะปั๊มเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ น้องที่ขายของวิ่งออกมาขอถ่ายรูปบอก “ที่หนูได้เรียนฟรีเพราะพรรคประชาธิปัตย์” บางเรื่อง พรรคการเมืองที่มาทีหลังไปวาดภาพ กยศ. เหมือนเป็นผู้ร้าย วันที่ กยศ. เกิดขึ้น เป็นวันที่รัฐบาลไม่มีทางจัดให้เรียนฟรีได้จนจบปริญญาหรอกครับ เราก็เลยต้องใช้วิธีให้มีกองทุนกู้ยืม ความจริงอัตราดอกเบี้ยก็ถูก เงื่อนไขการใช้หนี้ก็มีการผ่อนปรน เราจึงสร้างโอกาสให้กับเด็กจำนวน… ท่านบอกไม่ใช่แสน หลักล้าน 7 ล้าน
เรากลับมาเที่ยวนี้ถ้ามีโอกาสก็ต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น อย่างเรียนฟรี ตอนนี้ก็ไม่ฟรีจริง เจอค่าใช้จ่ายจุกจิกมากมาย หลายโรงเรียนบอกกับผมตรงๆ ว่าฟรีไม่ไหว งบที่จัดให้เนี่ยยังไม่พอจ้างบุคลากรที่จำเป็นเลย เราจะมาสะสางเรื่องนี้ เรียนฟรีต้องกลับมาฟรีจริงอีกครั้งหนึ่งครับพี่น้องครับ คนติดหนี้ กยศ. เห็นใจครับ พอเศรษฐกิจมันไม่โต โอกาสการทำงานมันมีน้อย ก็เป็นภาระ สิ่งที่เราจะทำก็คือ เราไม่ฟ้อง เราจะหางานให้คนเหล่านี้ทำ และเค้าก็ทำงานใช้หนี้ กยศ. ได้ครับ เพราะเราไม่ได้คิดสนุกเวลาหาเสียง เห็นอะไรปั๊บก็มาสัญญาตามใจชอบ แต่เราคือพรรคที่ทำเรื่องเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่คิดด้วยสมองอย่างเดียวแต่มีใจ เพราะหลายคนที่นั่งอยู่บนนี้ยืนยันได้ว่าในชีวิตนี้ไม่มาสู่จุดนี้หรอกครับถ้าไม่มีโอกาสเรื่องการศึกษา
เหมือนเรื่องสาธารณสุข มี อสม. ไหมครับ ไหนยกมือหน่อยสิครับ อสม. อสม. ประชาธิปัตย์เห็นคุณค่ามาตั้งแต่ต้น วันหนึ่งทำงานหนักขึ้นหนักขึ้น เราก็เห็นว่าควรจะมีค่าตอบแทน วันนั้นคนยังไม่ค่อยแน่ใจนะ อสม. ทำอะไรอย่างไร แต่วันที่เกิดโควิด โลกทั้งโลกรับรู้ว่าระบบ อสม. ช่วยชีวิตคนไทยมากมายมหาศาลในช่วงโควิด รัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ ก็มาสานต่อ ให้ค่าตอบแทน อสม. สูงขึ้น และขอบอกเลยนะครับ ทำทั้งหมดนี้ไม่เคยบังคับ ไม่เคยคิดเลยว่า อสม. ต้องไปเป็นหัวคะแนนให้กับพรรคการเมืองไหน
ผู้สูงอายุ มีไหมเอ่ย โห นึกว่าสาวๆ กันทั้งนั้น ไหนใครอายุเกิน 60 ยกมือขึ้น เบี้ยยังชีพเกิดขึ้น 200 บาท สมัยท่านนายกฯ ชวน 300 บาท สมัยชวน 2 500 บาท สมัยพลเอกสุรยุทธ์ และมาให้แบบถ้วนหน้าสมัยผมครับ วันนี้ก็เป็นขั้นบันไดละ ใครรับ 600 ยกมือ ใครรับ 700 ใครรับ 800 อายุเท่าไหร่ครับ 84 นั่งอยู่ข้างหน้าเนี่ยเชียร์ประชาธิปัตย์อยู่ ใครรับ 1,000… 1,000 มาไม่ไหวเหรอครับ เมื่อเช้าผมไปที่ตลาดยังมี 93 มายืนอยู่ 1 คน อยากได้ 1,000 กันใช่ไหม เมื่อกี้ใครรับ 600 นะ อยากได้ 1,000 นะ รอ 30 ปี ถ้าไม่อยากรอ ให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล 1,000 บาทถ้วนหน้าทุกคน ที่จริงอดีต สส. กานต์ พยายามสู้เรื่องนี้มาแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ
ถามว่า 1,000 พอไหม ไม่พอหรอกครับ แต่ นี่ไง ประชาธิปัตย์ เราต้องอยู่กับความจริง 2 ปีที่แล้วเนี่ยมีเลือกตั้ง 3 ปีที่แล้วตอนเลือกตั้ง บางพรรคมาสัญญา 3,000 โอ้โห คนโทรศัพท์กันวุ่นเลย คุณพ่อคุณแม่คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายเลือกพรรคนี้จะได้ 3,000 ได้หรือยังครับ และวันนี้ที่เคยพูดก็ไม่กล้าพูด เพราะนี่ขนาด 1,000 เนี่ย TDRI ยังมาบอกน่าเป็นห่วงนะใช้เงินเพิ่มตั้งเกือบแสนล้าน ใช่ครับ แต่เราดูอย่างรอบคอบ 1,000 บาทเดินได้ ถ้าผมมาสัญญา 3,000 ทำไปแล้วปีสองปีโครงการก็คงจะล้ม เราไม่ทำอย่างนั้น เราทำในสิ่งที่ทำได้ และถ้าเราทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นต่อไป 1,000 ก็จะค่อยๆ ขยับ อาจจะเป็น 1,200 เป็น 1,500 เป็น 2,000 หรือเป็น 3,000 ในที่สุด
เรื่องผู้สูงอายุยังไม่มีเพียงเท่านี้ครับ ทุกปีมีผู้สูงอายุล้มเยอะมาก เราอยากให้บ้านเนี่ยปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ เพราะหลายคนผมเชื่อตอนปลูกบ้านสร้างบ้านไม่ได้คิดหรอกครับว่าเราจะอายุยืนกันแบบนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้บ้านไหนมีคนอายุเกิน 70 อยากทำให้บ้านปลอดภัย อยากทำราวจับ อยากปรับพื้นไม่ให้ลื่น อยากทำประตูเป็นประตูเลื่อนแทนที่จะเป็นประตูเปิดเข้าเปิดออก ประชาธิปัตย์จะสนับสนุนเงินให้ไปทำ 50,000 บาทครับ
เรื่องเหล่านี้สำคัญด้วยกันทั้งสิ้น และเรายังจะต้องมีนโยบายใหม่ๆ เพิ่มเติมมาอยู่ตลอดเวลา เพราะสังคมนั้นมีการเปลี่ยนแปลง เรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งก็คือ เด็กไทยเกิดน้อยมากครับ ปีที่แล้วมีเด็กไทยเกิด 410,000 คน 10 ปีที่แล้วตัวเลขนี้อยู่ที่ประมาณ 7-8 แสนคนครับ แปลว่าหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ที่สำคัญ 410,000 น้อยกว่าจำนวนคนตาย ประชากรไทยก็ลดลงเรื่อยๆ วันข้างหน้าเราจะมีคนทำงานที่เป็นคนไทยน้อยมาก เราจึงต้องสนับสนุนให้คนของเรามีคุณภาพ และห่วงเวลาสำคัญที่จะสร้างเด็กที่มีคุณภาพคือช่วงแรกของชีวิต ประชาธิปัตย์จึงมีนโยบายครั้งนี้ครับว่า แม่ที่ตั้งครรภ์ทันทีที่คลอด เราสนับสนุนเงิน 5,000 บาท และให้อีกเดือนละ 5,000 ตลอดทั้งปี รวมปีแรกคือ 65,000 บาทครับ ข้างหน้าบอกไม่ทันแล้ว… เอ้า มีใครเตรียมจะมีลูกบ้าง… วันก่อนไปสงขลาบอกอยากจะมีแต่หาพ่อพันธุ์ไม่ได้ ผมเลยขออภัยไปว่าประชาธิปัตย์ไม่มีนโยบายแจกพ่อพันธุ์ครับ
นอกจากให้แม่สบายใจว่าสูญเสียรายได้เพราะมาเลี้ยงดูลูกหรือค่าใช้จ่ายเด็กสูง เราแก้ปัญหาตรงนั้นแล้ว เรายังจะเปิดบัญชีเงินฝากให้เด็ก ใส่เงินให้เขาเดือนละ 500 บาท ยังไม่ให้เบิกนะ จนเขาโตอายุครบ 18 เขาจะมีเงินฝากอยู่ในบัญชีเขา 100,000 บาทครับ เขาจะได้สามารถไปลงทุนไปตั้งตัวทำธุรกิจหรือจะไปเรียนต่อได้ นี่คือการที่เรามองไปข้างหน้า เหมือนที่เรามองไปข้างหน้าว่า ผู้สูงอายุเยอะ แต่ประเทศไทยเงินออมน้อย จริงๆ นอกจากนโยบายหวยเกษียณแล้ว แทบไม่มีพรรคการเมืองอื่นสนใจเรื่องการให้พี่น้องออมเงินเลย เราทำกองทุนการออมแห่งชาติมาแล้ว เราสนับสนุนคนไม่มีนายจ้างเข้าประกันสังคมมาแล้ว เราสมทบเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนมาแล้ว เงินออมก็ยังไม่พอ
เที่ยวนี้ลองวิธีใหม่ ชวนมาเล่นหวย เรียกว่าหวยจังหวัด วิธีทำ ทุกเดือน จังหวัดตรังจะมีการขายสลาก ให้คนตรัง 1 แสนคนซื้อทุกงวด ใน 1 แสนคนจะมี 1 คนถูกรางวัล 1 ล้านบาท ต้องเป็นคนตรังนะ คนอื่นก็ไม่ได้ จะต้องซื้อตรวจสอบผ่านโทรศัพท์มีเรื่องของการยืนยันตัวตนว่าเป็นคนตรัง ส่วนอีก 99,999 คนถูกกิน แต่ 50 บาท กินแค่ 10 บาทครับ อีก 40 บาทจะเปิดบัญชีกองทุนเงินออมเอา 40 บาทไปใส่เอาไว้ หาวิธีเชิญชวนคนให้มีเงินที่เก็บเอาไว้บ้าง
เรื่องทั้งหมดเพื่อจะบอกครับว่า ประชาธิปัตย์อยู่คู่กับพี่น้องมา คิดตลอดเวลาทำอย่างไรให้บ้านเมืองไปได้ ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดี ทำอย่างไรให้ชีวิตพี่น้องมีความมั่นคง เป้าหมายถึงมีคำว่าไทยหายจน ไม่ใช่จนเงินอย่างเดียว ไม่จนปัญญา ไม่จนมุม จนตรอก จนใจ แต่ทั้งหมดจะทำได้ การเมืองต้องสุจริต ทั้งหมดจะทำได้ต้องให้โอกาสเราเข้าไปเป็นรัฐบาล จะเป็นรัฐบาลได้ก็อยู่ที่พี่น้อง 8 กุมภานี้ อยากให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เลือกเบอร์อะไรครับ (เสียงตอบ: 27) เบอร์อะไรนะครับ (เสียงตอบ: 27) โอ้โห เสียงดังฟังชัด…
27 ทั้งจังหวัดในจังหวัดตรังเนี่ยผมคำนวณแล้วได้ สส. น่าจะ 1 คน เพราะต้องใช้คะแนน 350,000 คะแนนได้ 1 คน นี่ผมก็เกรงใจมากเพราะผมต้องเป็นก่อนท่านชวน… 1 คนทั้งภาคใต้เลือกประชาธิปัตย์เบอร์ 27 หมด ผมคำนวณแล้วก็ได้แค่ 12 คน เป็นรัฐบาลไม่ได้หรอกครับ ต้องส่ง สส. ของประชาธิปัตย์เข้าสภาเยอะๆ ก็ต้องมาบัตรสีเขียว วันนี้ที่มาส่วนหนึ่งเนี่ย เพราะผมอยู่กรุงเทพฯ เขารายงานผมว่า เห็นพี่น้องประชาชนบอกตั้งใจจะเลือกเบอร์ 27 ตอนนี้พรรคอื่นๆ ไม่ค่อยมากวนพี่น้องแล้วเรื่องบัตรสีชมพู ยอม แต่บอกว่าบัตรสีชมพูเลือกเบอร์ 27 บัตรสีเขียวขอแบ่งเขาหน่อย แบ่งไหม (ไม่แบ่ง) ไม่แบ่งเพราะอะไร เพราะคนใต้ใจเดียว
4 คนข้างหลังยืนขึ้นหน่อย… เขต 1 เบอร์อะไร (เบอร์ 1) ดร.อู๊ด (ธโนภาส สินไชย) เบอร์อะไร (เบอร์ 1) เขต 2 น้องแพรว (ดวงฤทัย บัวแก้ว) เบอร์อะไร (เบอร์ 1) เขต 3 เอ (กฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์) เบอร์อะไร (เสียง เบอร์ 5) เขต 4 (กาญจน์ ตั้งปอง) เบอร์อะไร (เบอร์ 12) นั่นแหละครับ ถ้า 4 คนนี้เข้าไปคิดดูสิครับ ภาคใต้เลือกสีชมพูประชาธิปัตย์ได้แค่ 12 นี่จังหวัดตรังจังหวัดเดียวส่งเข้าไปได้ 4 คนแล้วบัตรสีเขียว บวกนคร บวกสงขลา บวกสุราษฎร์ บวกชุมพร เป็นกอบเป็นกำ มีโอกาสที่จะไปทำงานให้กับพี่น้องได้จริงๆ
สุดท้ายครับ คือได้ยินเบอร์ทั้งหลายเสียงดังเนี่ยก็ดีใจนะ บังเอิญมันยังไม่ได้เลือกตั้งวันพรุ่งนี้ มันอีก 5 วัน อีก 5 วันเนี่ยผมรู้อะไรจะเกิดขึ้น ไอ้ทุนเทาทุนเทาเนี่ยมันแปลงร่างมาเป็นแบงก์เทา ได้บ้างหรือยังครับ จดชื่อไปหรือยังครับ จริงๆ ผมก็ไม่ค่อยอยากรู้เท่าไหร่หรอก แต่ถามก่อนแบงก์เทามาเอาไม่เอา (เอา) โอ้โห บางจังหวัดยังเสียงแตกที่นี่เอกฉันท์เลยนะ ถ้าเขาเอามาให้ 1 ใบ ถ่ายเซลฟี่ไปวันนี้บอก 1 ใบไม่พอ ถ้าเขาเอามาให้ 2 ใบ เดี๋ยวให้สาทิตย์ส่งผมมาอีกรอบจะได้ได้ 3 ใบ 1 ใบ 2 ใบ 3 ใบ แต่เราไม่เลือก ส่งเสียงดังๆ ว่าไม่เลือก เพราะมันไม่คุ้มหรอกครับ 1,000 บาท 4 ปี วันละบาทกว่าๆ เราได้คนละ 1 บาทกว่าต่อวัน แต่เขาไปโกงกินไม่ใช่ร้อยบาทล่ะครับ เดี๋ยวนี้ประมาณกันไปถึงแสนล้านแล้วครับ หลายแสนล้านที่เราสูญเสีย คุ้มเหรอครับ เราได้วันละบาท โอกาสลูกหลานเราถูกทำลาย โอกาสประเทศถูกทำลาย ชีวิตเราไม่มีอะไรดีขึ้น แล้วจะรอคอยว่าอีก 4 ปีก็มาเอาอีกวันละบาทกว่า
หยุดได้แล้วครับ เที่ยวนี้กลับไปคิดถึง 30 ปีที่ผ่านมากับผม 50 ปีกับนายชวน หลีกภัย ที่เราเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอดว่าเราจะต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เที่ยวนี้เอาให้ชัด 8 กุมภาเราไล่คนซื้อเสียงออกจากจังหวัดตรัง ออกจากภาคใต้ให้หมดไปเสียที เราทำสัญญาใจกันวันนี้ครับว่าเราจะไม่จำนนต่อเรื่องเงินเรื่องทุนจะสีอะไรก็ตามอีกต่อไป เราจะช่วยกันสร้างบ้านเมืองสุจริต ทำเศรษฐกิจให้ดี ชีวิตเราจะได้มั่นคง ไทยจะได้หายจน กาฟ้า กาประชาธิปัตย์ทั้งสองใบครับ กราบขอบพระคุณครับ
