
คำต่อคำ นายชวน หลีกภัย เปิดงาน “Democrat Reimagined” 80 ปี สถาบันการเมือง…ก้าวใหม่เพื่อทุกคน
คำต่อคำ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เปิดงาน “Democrat Reimagined” 80 ปี สถาบันการเมือง…ก้าวใหม่เพื่อทุกคน
ที่ห้องบอลรูม โรงแรม แบงค็อก แมริออท สุรวงศ์
6 เมษายน 2569
ครับ ก็ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านรองหัวหน้า เลขาธิการ กรรมการบริหารพรรคนะครับ ผมก็นึกว่าวันนี้จะมาไม่ได้ เพราะว่าป่วยไปเมื่อ 7-8 วันที่แล้วนะครับ ก็เพิ่งฉีดยา ครั้งสุดท้ายเมื่อวานซืน พรุ่งนี้นี้หมอพบอีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นไปตามวัย คืออายุมากกว่าพรรคครับ
80 ปี เป็นช่วงเวลาที่ถ้าเป็นคนก็ดูตัวอย่างนี่ครับ คือเป็นช่วงท้ายของชีวิต แต่ว่าสำหรับพรรคการเมืองนั้น 80 ปี มันหมายถึงประสบการณ์ยิ่งใหญ่ วิดิทัศน์ สั้น ๆ มันให้อดีต ปัจจุบัน ซึ่งเราก็หวังเห็นอนาคตต่อไป จริงแล้ว เราไม่ได้ผ่านชีวิตมาราบรื่นนะครับ เหมือนชีวิตคน พรรคก็มีจุดสูง จุดต่ำ ความสำเร็จ แพ้ คนไม่ค่อยรู้กันหรอกว่าเราถูกฟ้องให้ยุบพรรคนะครับ แต่เราชนะทุกครั้ง เพราะเราถือหลัก ความซื่อสัตย์ สุจริต เคารพกฎเกณฑ์กติกาของบ้านเมือง อันนี้ก็เลยทำให้เราต่างกับพรรคอื่น เพราะว่า 80 ปี พรรคร่วมสมัยก็มีอันล้มหายตายจากกันหมด แต่เราก็รอดมาได้ ด้วยอุปสรรคนานัปการ พร้อมกับความสำเร็จ
80 ปี เรามีอดีตนะครับ แล้วอดีตที่เราควรจะภูมิใจ เพราะเราเป็นพรรคที่ตั้งขึ้นด้วยความเชื่อมั่นในวิถีทางประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเราก็ยึดหลักนิติธรรม ยึดสิทธิเสรีภาพประชาชน ยึดความมุ่งหมายที่จะทำเศรษฐกิจเสรี สำคัญที่สุดก็คือ ยึดเรื่องความชอบธรรม ถูกต้อง เหมือนอย่างที่ท่านหัวหน้าพรรค ได้ประกาศต้องทำการเมืองสุจริต ซึ่งดูถ้อยคำก็มีเสน่ห์นะครับ แต่ในชีวิตจริงคนที่ทำงานการเมืองสุจริตภายใต้การเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เสียเปรียบ เราได้เที่ยวนี้มา 21 คน เราได้บัญชีรายชื่อมานะครับ เพราะระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนใหญ่พรรคเขาไม่ซื้อครับ เมื่อไม่ซื้อเราก็เลยมีโอกาสได้ ก็จะคุยหน่อยก็ จังหวัดตรังได้บัญชีรายชื่อสูงสุดนะครับ ทำให้เรามีสมาชิก แต่ว่าทั้งหมดนี้มันก็เกิดขึ้นจากเราเก็บเล็กผสมน้อยเหมือนกัน ผมก็อยากใช้โอกาสสั้น ๆ นะครับ เพราะว่าหน้าที่คือเปิดงานคืนนี้ ท่านหัวหน้าคงจะได้มาให้รายละเอียดกับเรา
แต่ว่าอยากจะให้ประสบการณ์ที่เป็นกำลังใจครับ เพราะว่าการเมืองนั้นมันจะทำให้เราเก่งอย่างไรก็ตาม จุดหนึ่งเราก็ไม่อดทนพอ พูดง่าย ๆ ก็คือไม่พร้อมที่จะอดทนรับความพ่ายแพ้ หรือการเสียโอกาส ก็ทำให้เราตัดสินใจบางครั้งด่วนไป แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมมีประสบการณ์ว่า ความอดทนยึดความชอบถูกต้อง วันหนึ่งระบอบประชาธิปไตยต้องไปในเส้นทางนั้นครับ วันนี้ที่เราได้ยินท่านหัวหน้าประกาศชัดเจนว่า เราจะทำการเมืองสุจริต นั่นคือแนวของประเทศ ถ้าเราไม่คิดแนวนี้ประชาธิปไตยของเราจะไม่ประสบความสำเร็จ และเขาจะตำหนิว่าระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขล้มเหลว สู้สังคมนิยมไม่ได้ สู้โน่นไม่ได้ สู้นี่ไม่ได้ ยกตัวอย่างเห็นมั้ยประเทศนั้นประเทศนี้ ความจริงแล้วไม่ใช่นะครับ ความจริงแล้วระบบนี้ไม่ล้มเหลว เพียงแต่ผู้บริหาร หรือตัวบุคคลทำให้ล้มเหลว เราพูดถึงรัฐธรรมนูญ ปี 40 ก็ดี ผมเป็นคนแรกที่ใช้รัฐธรรมนูญก็ไปได้ดี แต่ในที่สุดก็มีอันเป็นไป เมื่อรัฐบาลต่อมา มาใช้รัฐธรรมนูญ เพราะเขาไม่เคารพหลัก เพราะฉะนั้นก็เลยทำให้บ้านเมืองมีปัญหา เพราะฉะนั้นถ้าระบบนี้ยึดมั่นในเรื่องของหลักนะครับ กฎหมายเป็นกฎหมาย ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด และไม่ได้ต้องไปเสียสละอะไรเลย เพียงแค่ไม่โกง ทำอะไรตรงไปตรงมา ผมว่าประเทศเราไปได้ลิ่วเลยครับ
เพราะฉะนั้นเราต้องเชื่อว่าระบบนี้ ไม่ใช่ระบบที่ล้มเหลว ระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ ถ้าผู้บริหารเชื่อมั่นในหลักและยึดหลักนิติธรรม ยึดกฎหมาย ยึดความซื่อสัตย์สุจริต ผมเชื่อว่าระบบนี้จะนำพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าแน่นอน อันนี้ก็เป็นความหวังอันหนึ่งสำหรับวันต่อไปที่ท่านหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ จะนำพาพรรคเราไปสู่ความสำเร็จซึ่งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อพวกเราต้องช่วยกัน ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งสามารถทำให้สำเร็จได้โดยไม่มีคนช่วยเหลือ
ผมก็อยากใช้โอกาสนี้เป็นกำลังใจให้กับพวกเรา อย่าไปวิตกกังวล สิ่งที่ผมห่วงที่สุดได้ผ่านไปแล้วครับ นั่นก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ คือพรรคอะไหล่ พรรคประชาธิปัตย์คือพรรคสำรอง พรรคประชาธิปัตย์คือพรรคคอยเสริมรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ผมเป็นห่วง ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาว่า มันจะรอดมั้ยเนี่ย พวกเราก็ลากันไปเยอะแยะ แต่ว่าในที่สุด ขออนุญาตนะครับ คนที่เป็นผู้ใหญ่และก็โทรศัพท์ห่วงใหญ่พรรคตลอด เอ่ยชื่อท่านได้ ม.ร.ว.คำนูณ เทพ เทวกุล ท่านโทรศัพท์มาถึงผม “ท่านชวน พระสยามเทวาธิราช ช่วยแล้ว” มีการเปลี่ยนแปลง ชัดเจน เมื่อกรรมการชุดก่อนพ้นไป และเมื่อท่านอภิสิทธิ์เข้ามา ความหวังก็เกิดขึ้นกับพี่น้องของเราทั่วประเทศ ถึงอย่าแปลกใจที่เราได้บัญชีรายชื่อมาถึง 11 คน
ความจริงเราจะได้มากกว่านั้น ถ้าเรามีเวลา ผมเรียนว่า ถ้าเรามีเวลา เพราะหัวหน้าอภิสิทธิ์เข้ามารับผิดชอบในเวลาที่สั้นมาก หาบุคคลได้ยาก ก็ต้องเรียนว่าท่านเลขาธิการทำงานหนัก เพื่อเอาคนสมัครให้ครบ เราก็เห็นแล้ว ผู้สมัครบางจังหวัดเราไม่พร้อมเลย ผมตระเวนไปทั่วประเทศนะครับ ไปทุกจังหวัดในภาคใต้ ได้สักครึ่งหนึ่งในภาคเหนือ ได้สักครึ่งหนึ่งในอีสาน ก็ได้เห็นว่าหลายพื้นที่ไม่พร้อมเลย ประชาชนยังถามว่า ส่งมาได้อย่างไร แต่นั่นคือเวลาที่จำกัด ซึ่งท่านเลขาธิการได้ใช้ศักยภาพของท่านในการระดม มิฉะนั้นก็ไม่สามารถทำได้ ผมก็ขอแสดงความชื่นชม แล้วก็พวกเราทุกคนคงจะต้องถือว่า เมื่อเราผ่านพ้นสิ่งที่ผมห่วงใยที่สุด คือเราไม่เป็นพรรคอะไหล่แล้ว เราจะมีผู้แทนกี่คน เราคือประชาธิปัตย์ คือประชาธิปัตย์ ไม่ใช่พรรคอะไหล่ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ต่อไปนี้ก็เราหวังว่าเราจะเติบโตด้วยหลักของความเชื่อมั่น คือการเมืองสุจริต ผมก็ขออนุญาตเป็นกำลังใจกับท่านหัวหน้าพรรค แล้วก็กรรมการบริหารพรรค แล้วก็ถือโอกาสนี้ในโอกาสวันที่เป็นมงคลนะครับ วันที่พรรคเราอายุ 80 ปี ซึ่งขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า พรรคเดียวที่เหลืออยู่เช่นนี้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน กัลยาณมิตรทุกคนนะครับ แล้วก็ขอเปิดงาน ณ บัดนี้ครับ สวัสดีครับ
