
“ดร.การดี” นำทีมฝ่ายค้านประสานเสียง จี้รัฐเดินหน้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด
ที่ รัฐสภา 8 เมษายน 2569 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.บัญชีรายชื่อ แถลงผลการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอบคุณสภาฯ รับรองตั้งกรรมาธิการวิสามัญสางปมฝุ่น PM 2.5 ทั้งประเทศ ชูยุทธศาสตร์แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งเกษตร-อุตสาหกรรม-พลังงาน จี้รัฐบาลให้สัญญาระดับชาติ ต้องมีกำหนดปีที่คนไทยจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ตลอด 365 วัน
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม มีความเห็นพ้องต้องกันอย่างเป็นเอกภาพว่า “อากาศสะอาด” คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่พลเมืองไทยทุกคนพึงได้รับ โดยล่าสุดสภาฯ ได้มีการรับรองให้จัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ซึ่งจะไม่ได้ดูแค่พื้นที่ภาคเหนือตอนบนเท่านั้น แต่จะครอบคลุมการแก้ไขปัญหาเชิงระบบในองค์รวมทั้งประเทศ
ดักคอรัฐบาล ห้ามปัดตก พ.ร.บ.อากาศสะอาด
ดร.การดี แสดงความกังวลต่อกระแสข่าวที่รัฐบาลอาจไม่เห็นด้วยกับบางประเด็นในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด จนอาจนำไปสู่การปัดตกกฎหมายฉบับนี้ โดยย้ำว่ารัฐบาลควรผลักดันกฎหมายนี้ต่อเนื่องไปสู่ชั้นวุฒิสภา แม้อาจต้องมีการแก้ไขในรายละเอียด แต่ควรยึดเอา “สุขภาพและความมั่นคงของมนุษย์” เป็นศูนย์กลาง มากกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะสั้น
“เราไม่ควรปัดตกสิ่งนี้แล้วกลับไปนับหนึ่งใหม่ เพราะเรากำลังเผชิญกับวิกฤตสุขภาพแห่งชาติ ไม่ใช่แค่ปัญหามลพิษทั่วไป รัฐบาลต้องเลิกมองแค่ตัวเลขเศรษฐกิจ แล้วหันมามองคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ” ดร.การดี ระบุ
จี้รัฐทำสัญญาประชาคม (Commitment) กำหนดปีที่อากาศสะอาดทั้งปี
นอกจากนี้ ดร.การดี ยังเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ที่ชัดเจนและโปร่งใส โดยเสนอให้มีการทำข้อผูกพันหรือสัญญาประชาคมว่า “ภายในปี พ.ศ. ใด ประชาชนไทยจะสามารถสูดอากาศสะอาดได้ตลอดทั้งปีโดยไม่มีสารพิษเจือปน” ซึ่งการทำงานของรัฐบาลต้องต่อเนื่อง ไม่ใช่ขยับแค่ในช่วงฤดูกาลที่มีฝุ่นหนาหรือในช่วงสมัยประชุมสภาเท่านั้น
เสนอแก้ปัญหาเชิงระบบ “เปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม-เกษตร-พลังงาน”
ในตอนท้าย ดร.การดี เน้นย้ำว่าการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศต้องอาศัยการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ใน 3 ภาคส่วนหลัก คือ
1. ภาคอุตสาหกรรม ลดการปล่อยมลพิษจากโรงงานอย่างเข้มงวด
2. ภาคการเกษตร สร้างทางเลือกและสนับสนุนเทคโนโลยีแทนการเผา
3. ภาคพลังงาน เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
“พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยืนหยัดผลักดันเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด เพื่อให้ลูกหลานและคนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ไม่ต้องมาพูดเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกๆ ปีอีกต่อไป” ดร.การดี กล่าวสรุป
