จุรินทร์ “ลงสวนลำไย-ลำพูน” จับมือเกษตรกร-เอกชน-พาณิชย์จังหวัด ทำงานเชิงรุก ทุกจังหวัดทั่วประเทศใช้สัญญาซื้อขายแลกเปลี่ยนผลไม้ล่วงหน้า ปลื้มสัญญา 1,000 ล้านบาทแล้ว

วันที่ 7 มิถุนายน 2563 เวลา 11.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พบเกษตรกรชาวสวนลําไยและเยี่ยมชมสวนลําไย นายชูชาติ ต.ริมปิง อ.เมือง จ.ลําพูน พร้อมกับคณะกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร ทั้งผู้บริหารระดับสูงและจังหวัดลำพูน โดยการประสานงานของนายขยัน วิพรหมชัย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แลกเปลี่ยนพบปะเกษตรกรรับฟังปัญหาและการสะท้อนแนวทางแก้ไขรวมทั้งได้ขอรับฟังแนวทางที่ได้ส่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ร่วมวางแผนกับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ก่อนผลผลิตจะออกไปบ้างแล้ว การรับฟังและแลกเปลี่ยนทางนายจุรินทร์ได้ให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการค้าภายในได้แจ้งถึงแนวทางและวิธีการที่สามารถรองรับผลผลิตของเกษตรกรในฤดูกาลนี้ทำให้เกิดบรรยากาศการทำงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์-เกษตร-เกษตรกร อย่างเป็นรูปธรรม ติดตามงานนโยบายอย่างใกล้ชิด รวมทั้งกรณีเกษตรกรในกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ด้วย จากนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปีนี้ลำไยจะออกเยอะกว่าปีที่แล้ว ชาวสวนก็คาดการณ์ตรงกับเกษตรจังหวัด คงเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2 คิดว่าปัญหาคงไม่ถึงกับมาก ถ้าเกษตรกรร่วมมือกันทำลำไยคุณภาพซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด แม้ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคบ้างในเรื่องของการขนส่งและในเรื่องการค้าระหว่างประเทศในช่วงนี้เนื่องจากโควิด -19 แต่กระทรวงพาณิชย์ก็ยังมีขีดความสามารถร่วมกับกระทรวงเกษตรฯในการที่จะประสานตลาดต่างประเทศได้ นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับตลาดในประเทศก็จะใช้ระบบออนไลน์เข้ามาช่วยโดยเปิดโอกาสให้ลำไยคุณภาพได้มีโอกาสขึ้นไปโพสต์ขายในแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงในประเทศเช่น Shopee Lazada หรือ thaipostmart.com ของไปรษณีย์ไทย และ แพลตฟอร์มอื่นๆที่สำคัญเพื่อเพิ่มช่องทางการขาย นอกจากนั้นพาณิชย์จังหวัด ทุกจังหวัด ทั่วทั้งประเทศ จะประสานงานซึ่งกันและกันร่วมกับภาคเอกชนในแต่ละจังหวัด ที่จะช่วยทำสัญญาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันระหว่างลำไยผลไม้อื่นๆและผลิตผลทางการเกษตรที่แต่ละจังหวัดมี เช่น เอาลำไยไปแลกกับลองกอง มังคุด หรือ เอาข้าวหอมมะลิไปแลกกับปลาฉิ้งฉ้างทางปักษ์ใต้ เอาลองกองมาแลกกับผลิตภัณฑ์ผลไม้ชนิดอื่น เป็นต้น ส่วนเรื่องของราคา ส่วนต่างก็จ่ายเป็นเงินสดไป “ผมสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศได้เริ่มดำเนินการแล้วและขณะนี้ยอดขายซื้อไปมาตกประมาณ 1,000 ล้านบาทแล้วก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยระบายลำไยในช่วงอีก สองเดือนข้างหน้าที่ผลไม้จะเริ่มออกมาก นอกจากนั้นในตลาดต่างประเทศก็จะมุ่งเน้นทั้งตลาดออฟไลน์และออนไลน์” นายจุรินทร์ กล่าว ด้านตลาดออฟไลน์ที่สำคัญคือตลาดจีนซึ่งจะไปจัดการโปรโมท การบริโภคลำไยร่วมกับทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม และผลไม้อื่น ซึ่งลำไยจะเป็นหนึ่งในนั้นที่เป็นยอดนิยมของคนจีนไปเพิ่มช่องทางการขายในห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรดต่างๆของจีนทั่วทั้งประเทศ “นอกจากนั้นแพลตฟอร์มออนไลน์สำคัญ ที่เราได้ทำสัญญากับ bigbasket.com ของอินเดีย Tmall ของอาลีบาบาของจีน และ Amazon.com ของอเมริกาและสิงคโปร์ Lotte ของเกาหลี และแพลตฟอร์มดังทั่วโลกอีกหลายแห่ง ที่จะช่วยเพิ่มยอดการส่งออกให้กับผลไม้ไทยรวมทั้งลำไยจะทำครบวงจรและสำหรับผู้ที่ส่งลำไยออกนอกประเทศกระทรวงพาณิชย์จะช่วยเรื่องดอกเบี้ยร้อยละ 3 เพื่อที่จะส่งเสริมให้มีการรวบรวมผลไม้ หวังว่าจะมีส่วนช่วยทำให้การระบายลำไยในฤดูการผลิตนี้คล่องตัวขึ้น” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว