
คำต่อคำ “อภิสิทธิ์” ในการปฐมนิเทศผู้สมัคร สก.
คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
กล่าวในการปฐมนิเทศผู้สมัคร สก. ในวันที่ 11 พ.ค. 2569
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหา และกรรมการบริหารพรรคอนุมัติให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ขอบคุณทุกคนที่ตัดสินใจอาสาตัวมาทำงานให้กับคนกรุงเทพฯ อยากจะเรียนอย่างนี้ว่า กลุ่มของเราวันนี้ก็จะมีความหลากหลายพอสมควร ทั้งในแง่ที่ว่ามีท่านอดีต สก. หลายท่าน และหลายท่านก็เป็นมาแล้วหลายสมัย บางท่านก็อาจจะใหม่ เพิ่งอาสาตัวเข้ามา บางท่านอาจจะเคยลงสมัครรับเลือกตั้ง ในฐานะ สก. หรือในฐานะ สส. ก็มีเช่นเดียวกัน
นอกจากนั้นก็ต้องบอกว่าในแง่ของพรรค ก็ทราบว่าหลายท่านอาจจะเคยสังกัดพรรคการเมืองอื่นมาก่อน แต่ว่าวันนี้เมื่อเรามาอยู่พร้อมกันที่นี่ 50 คน เราเป็นทีมเดียวกัน แล้วก็สิ่งแรกที่อยากจะพูดก็คือว่า ทุกท่านมาลงสมัครนี้ คือในนามของพรรคประชาธิปัตย์ กรณีของสมาชิกสภาท้องถิ่น สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ต้องบอกว่า มันจะไม่เหมือนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. กรณีของ สส. กฎหมายบังคับเลยว่าใครจะลงสมัคร สส. ต้องสังกัดพรรค แต่ว่าในส่วนของกฎหมายท้องถิ่น รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วยนั้น ไม่ได้มีบทบัญญัตินี้ ฉะนั้นพูดตามจริงในเชิงกฎหมาย มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เป็นทางการนะครับ แต่ว่าอาจจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการให้ข้อเท็จจริงกับผู้เลือกตั้งในเชิงกฎหมาย ที่จะต้องมาเกี่ยวข้องว่า เช่น เอารูปไปลงอะไรต่าง ๆ ถ้าเกิดมีข้อสงสัยว่าได้รับการอนุญาตจากพรรคหรือไม่อย่างไรก็ต้องมีการยืนยันไป
แต่สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำก็คือว่า ถึงแม้ว่าทางกฎหมาย ไม่ได้บังคับในเรื่องของการสังกัดพรรค แต่ว่าการสังกัดพรรค ผมไม่ได้มองในมุมของเรื่องของการเมือง ความได้เปรียบเสียเปรียบ ผมมองในมุมว่าการทำงานในฝ่ายนิติบัญญัตินะครับ หรือในสภาท้องถิ่น ก็เหมือนกับในสภาผู้แทนราษฎร ก็คือมันจะต้องมีแนวคิด นโยบาย หรือแม้กระทั่งอุดมการณ์บางอย่าง กำกับการทำงานของเรา เพราะว่าโดยข้อเท็จจริงการสังกัดพรรค คือการให้ความชัดเจนกับประชาชนที่เลือกเรา ว่าโดยรวมแล้ว เรามีแนวความคิดแนวทางการทำงานอย่างไร แน่นอนเราอาจจะคิดว่า ผู้เลือกตั้งกับเราจะมีความรู้จักมีความผูกพันโดยส่วนตัว หรืออะไรก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติเมื่อเราเข้าไปอยู่ในสภา จะออกข้อบัญญัติก็ดี จะตรวจสอบฝ่ายบริหารการทำงานก็ดีนะครับ ทั้งหลายทั้งปวง มันก็ขึ้นอยู่กับแนวทางการทำงาน ซึ่งถ้าสามารถทำกันอย่างมีเอกภาพเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีทิศทางที่ชัดเจน นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าดีที่สุดสำหรับส่วนรวมและเป็นความชัดเจนและเป็นความเป็นธรรมกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เลือกเรา
พูดถึงตรงนี้ ก็เพื่อที่จะบอกต่อไปนะครับว่าสำหรับประชาธิปัตย์ ผมก็ยืนยันมาโดยตลอดว่าเราเป็นพรรคที่เปิดกว้างแล้วก็ให้อิสระกับพวกเราเต็มที่ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้ว เมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องทำงาน ไม่ต้องกังวลนะครับ ที่นี่ ที่ผ่านมาในอดีต กิจการในสภากทม. สก. ท่านประชุมกัน แทบจะเรียกว่าท่านสามารถมีมติว่ากันเองได้เกือบหมดนะครับ ยกเว้นในกรณีที่อาจจะมาเกี่ยวพันกับภาคส่วนอื่น หรือกรณีที่ท่านอยากให้ทางผู้บริหารของพรรค เข้าไปช่วยดูแลให้คำปรึกษานะครับ ก็จึงจะเป็นเช่นนั้น ดังนั้นสิ่งที่พยายามจะย้ำก็คือว่าท่านมาลงสมัครในนามของพรรค ท่านมีทั้งความเป็นอิสระแต่ท่านก็มีกรอบของพรรคที่จะต้องช่วยกันในการที่จะผลักดันอันนี้คือสิ่งที่อยากจะย้ำในข้อแรกในเบื้องต้นนะครับ
ทีนี้ในแง่ของการทำงานจากนี้ไป คือวันนี้ท่านรอง (สกลธี) บอกว่าวันนี้สบาย ๆ ใช่มั้ย หลังจากนี้ท่านไม่มีสิทธิสบายนะครับจนถึงวันเลือกตั้งนะครับ เพราะว่าทุกคนต้องทำงานกันหนัก เดี๋ยวเนี่ยในแง่ของการทำงานในช่วงของการหาเสียงท่านรองสกลธี ก็คงจะพอจะบอกกับเราได้ว่าในแง่ของการสนับสนุนจากพรรคในเรื่องไหนอย่างไรน่าจะเป็นอย่างไร จะมีฝ่ายกฎหมายที่มาช่วยบอกนะครับเพราะว่าผู้ที่มีประสบการณ์อาจจะไม่เป็นไร แต่คนใหม่ ๆ เนี่ยบางทีลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ว่าจะระดับไหนก็ตามต้องระมัดระวังเรื่องของข้อกฎหมาย บางทีเราไม่ได้มีเจตนาหรอกครับ แต่ว่ากฎหมายมันไปเขียนว่าทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาว่าจะให้ การมอบสิ่งของหรืออะไรก็แล้วแต่ บางทีไม่ได้มีเจตนาหรอกครับ พูดกันตรง ๆ พวกผมเคยลงเลือกตั้งกันมาทั้งหมด แล้วก็โดยเฉพาะเวลาไปพบปะกับประชาชนจำนวนมาก ก็จะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้บางทีถ้าเราไม่ระมัดระวัง เราเผลอตัว ทำตัวเหมือนปกติ คู่แข่งอาจจะมาบอกว่าผิดกฎหมาย ซื้อเสียง ให้คำมั่นสัญญา หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจะมีฝ่ายกฎหมายมาช่วยพูดเรื่องนี้
เช่นเดียวกันนะครับในแง่ของกฎหมายก็จะมีเรื่องของการทำบัญชีด้วยในการที่จะต้องทำให้ถูกต้อง เพราะจะมีเรื่องของค่าใช้จ่ายและอื่น ๆ ซึ่งโดยประสบการณ์ของผม หลายคนที่ลงเลือกตั้งครั้งแรก อาจจะไม่ค่อยทราบ ไม่ค่อยเข้าใจ เช่นคนมาช่วยเรา บางทีเขาบอกมันเพื่อนฝูงกันไม่ได้คิดเงินไม่ได้อะไร แต่ในทางกฎหมาย มันก็ไม่ได้ ก็ต้องลงเป็นค่าใช้จ่าย ต้องมีการประเมินค่าใช้จ่ายอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นวันนี้ในแง่ของกระบวนการทางกฎหมาย ทางบัญชี การสนับสนุนจากพรรค ในเรื่องป้ายเรื่องอะไรต่างๆ ก็เดี๋ยวท่านรอง (สกลธี) กับฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายบัญชีจะมาบอกกับพวกเรานะครับ
ส่วนการทำงานจากนี้ไปนะครับ ก็อยากจะเรียนอย่างนี้ว่าท่านมาสังกัดพรรคแล้ว ใช้ทรัพยากรของพรรคให้เป็นประโยชน์นะครับ จริงอยู่ประชาธิปัตย์อาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งใน กทม. มาในรอบอาจจะ 7 – 8 ปีที่ผ่านมา แต่ว่ารากฐานของพรรคกับกรุงเทพฯ คนกรุงเทพฯ มีมายาวนาน แล้วเรามีทรัพยากรบุคคล ผมกล้าพูดได้ว่าทุกเขตครับ ฉะนั้นถ้าท่านดูไปจริง ๆ เนี่ยเขตของท่าน น่าจะยังมีอดีต สส. อดีต สก. อดีตผู้สมัครของพรรค ที่สามารถที่จะมาช่วยท่านได้นะครับ และก็จริง ๆ ถ้ายังเป็นสมาชิกของพรรคอยู่ ก็มีหน้าที่ที่จะต้องมาช่วยท่าน อย่ามองข้ามสิ่งเหล่านี้ ถึงแม้ว่าบางท่านอาจจะห่างเหินจากการเมืองไปแล้ว แต่ทุกคน มีพรรค มีพวก มีฐานเสียง มีความผูกพันอยู่กับคนในพื้นที่มาไม่มากก็น้อย
อย่างตัวผม ถึงแม้ว่าออกมาจากเขตเลือกตั้งตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2544 แต่เวลาผมกลับไปหาเสียง เขตที่ผมเคยเป็น สส. จะเป็นสาทร ยานนาวา บางคอแหลม ห้วยขวาง วัฒนา ดินแดง เราก็ยังเจอคนที่เคยผูกพัน คนที่เคยสนับสนุนเรา คนที่ยังมีความผูกพันกับเราอยู่ตลอดเวลา บนนี้มีตั้งหลายเขตครับ บางกอกน้อย บางพลัด ยานนาวา สาทร จตุจักร หลักสี่ พญาไท และก็มีท่านอื่น ๆ อีกเยอะนะครับ ม.ล.อภิมงคล ก็อยู่ตรงนี้ คุณอิสรา ล้วนแล้วแต่เคยเป็น สส. ในเขตเลือกตั้งมาทั้งสิ้น อย่าเกรงใจนะครับ เข้าหาคนเหล่านี้ว่าท่านจะสามารถมาช่วยมาสนับสนุนอะไรอย่างไรได้บ้าง รวมไปจนถึงบรรดาผู้สมัคร สส. กทม. ครั้งที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ก็เพิ่งเข้าไปคลุกคลีอยู่กับประชาชนในเขตเลือกตั้งของเรา คนเหล่านี้ก็ควรจะต้องไปช่วยด้วย ถ้าไม่ช่วยบอกผมนะครับ จะได้พิจารณาอนาคตต่อไป อันนี้คือสิ่งที่อยากจะบอกว่า มาอยู่ตรงนี้แล้ว ก็ใช้ทรัพยากรตรงนี้ให้เป็นประโยชน์
ผมคงจะไม่ใช้เวลามากไปกว่านี้มากนะครับ จะเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายว่า ความเป็นประชาธิปัตย์กับเรื่องท้องถิ่น กับเรื่องของแนวทางการทำงานทางการเมือง ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนเลยครับ แต่ว่าเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ว่า 80 ปีที่แล้ว คนที่เขาก่อตั้งพรรคนี้ เขาเขียนอุดมการณ์ของพรรคไว้ 10 ข้อ หนึ่งในนั้น เขาเขียนเรื่องว่ารัฐควรจะกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นให้มากที่สุด ท่านนึกภาพนะครับ 80 ปีที่แล้วนะครับ ไม่มี อบจ. ไม่มี อบต. ไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ อะไรเลยนะครับ แต่นั่นคืออุดมการณ์ของพรรคตั้งแต่วันก่อตั้ง เราจึงเป็นพรรคที่สนับสนุน และก็ผลักดันกฎหมายว่าด้วยการบริหาร กทม. ที่เราใช้อยู่ปัจจุบันนี้ คือระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ซึ่งหนึ่งในคนที่ผลักดันตรงนั้นก็คือ คุณ ถวิล ไพรสณฑ์ ซึ่งปัจจุบันก็กลับมาอยู่กับประชาธิปัตย์อีกนะครับ ไม่รู้วันนี้มาหรือเปล่า มามั้ยครับ อยู่ตรงนี้เชิญครับ
ความเชื่อของเราก็คือว่า คนท้องถิ่นรู้ปัญหาตัวเองดีที่สุด เพราะฉะนั้นอะไรที่ส่วนกลาง พยายามที่จะไปยัดเยียดให้ หลายครั้งเราจะแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เราจึงสนับสนุนกระบวนการของท้องถิ่น ใน กทม. มันเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ แต่รูปแบบนี้ต้องบอกว่า ถือว่านำร่องนะครับ คือสมัยก่อนเทศบาลก็ดี อบจ.ก็ดี อบต.ก็ดี ก็ไม่มีการเลือกผู้บริหารโดยตรง แต่ในที่สุด ด้วยความที่กรุงเทพมหานคร ประชาชนสามารถเลือกผู้บริหารโดยตรงได้ ระดับชาติก็ไม่ได้เลือกผู้บริหารโดยตรงนะครับ เลือก สส. เข้าไปเลือกผู้บริหารประเทศอีกที รูปแบบนี้ก็เลยได้รับการยอมรับ จนในที่สุดต่อมา จึงไปแก้กฎหมาย อบจ. อบต. เทศบาลให้มีการเลือกตรงเหมือนกัน แล้วก็มีการถ่วงดุลโดยการมีสภาท้องถิ่น
ความต่างของ กทม. กับหลายพื้นที่ก็คือว่า พรรคการเมืองค่อนข้างมีบทบาทมากในการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะฉะนั้นการทำงาน ก็มีลักษณะของความเป็นพรรค แต่ว่าโดยที่ระบบมันไม่เหมือนกับระบบในระดับชาติ มันอาจจะดูแปลกนิดหน่อยสำหรับหลาย ๆ คนว่า เอ๊ะ แล้วถ้าผู้ว่าฯ กับ สก. โดยเฉพาะ สก. เสียงข้างมาก เกิดอยู่คนละพรรคกันจะทำอย่างไร ผมก็อยากจะบอกว่า ท่านอยู่ที่นี่ ท่านสบายใจ ท่านทำหน้าที่ได้เต็มที่ คำว่าเต็มที่ในที่นี้ทั้งสองด้านนะครับก็คือว่า อะไรที่ฝ่ายบริหารเขาทำดี ไม่ว่าเขาจะอยู่พรรคเรา หรือไม่อยู่พรรคเรา ถ้าเขาทำดีเราก็ต้องพร้อมสนับสนุนทำงานร่วมมือ ถ้ามีอะไรที่เรามองว่ามันไม่ใช่ หรือเลวร้ายที่สุด ถ้ามันมีอะไรที่ มีเรื่องผลประโยชน์การทุจริตคอร์รัปชัน ท่านก็ต้องทำเต็มที่ ไม่ว่าผู้ว่าจะอยู่พรรคเดียวกับเราหรือไม่ อันนี้พูดเพื่อให้เป็นแนวทางนะครับว่า เราประชาธิปัตย์ เราต้องการสร้างบุคลากรทางการเมืองที่ทำงานแบบนี้ ยึดประโยชน์ของประชาชน ใช้อำนาจที่ได้มาจากกระบวนการการกระจายอำนาจด้วยความสุจริตคือการเมืองสุจริต นี่คือสิ่งที่อยากจะเน้นย้ำเป็นพิเศษสำหรับวันนี้นะครับเพียงเท่านี้ เพราะว่าเดี๋ยวมีอีกหลายท่านที่จะต้องมาพูดคุยกับพวกเรา
ทีนี้เดี๋ยวผมมีหลายคนนะครับที่อาจจะช่วยพวกเราได้ คุณสามารถ มะลูลีม มานี่หน่อย คุณสามารถ เป็นคนเดียวในประเทศไทยที่เป็นมาหมดแล้วคือ สข. ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว สมาชิกสภาเขต สก. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สว. สมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้ง และ สต. คือสอบตก ผมไม่คิดว่ามีคนอื่นในประเทศไทยที่ทำได้แบบนี้ เพราะฉะนั้นแล้วก็เขตที่ดูแลก็ครอบคลุมตั้งแต่ วัฒนา ไล่ไปจนถึงสวนหลวง ใช่ไหมครับ ปรึกษาท่านได้ แล้วก็มีบทบาทสำคัญกับชุมชนชาวมุสลิมในประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะทำงานอยู่ที่ศูนย์กลางอยู่ช่วงหนึ่งเป็นเวลาพอสมควร นี่ท่านก็สามารถจะช่วยพวกเราได้นะครับ คุณอภิมุข
ฉันทวานิช ก็เป็นอดีต สก. บางคอแหลมนะครับ แล้วก็คุณพ่อก็เป็น สก. และ สส.ในเขตพื้นที่มาก่อน เนี่ยครับมีอีกหลายท่านที่อยู่ตรงนี้นะครับที่จะช่วยพวกเราได้ ก็เป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะครับ แล้วก็พวกเราที่เป็นผู้บริหารในช่วงของการเลือกตั้งก็จะจัดสรรเวลาที่จะไปช่วยพวกเราให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ
ส่วนเรื่องผู้ว่าท่านรอง ขอเวลาถึงวันที่ 16 นะครับแล้วก็จะได้มีการเปิดตัวเป็นทางการพร้อม ๆ กับพวกเราต่อไปครับ
