
คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการแถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัคร สก.
คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ในการแถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัคร สก.
วันที่ 16 พฤษภาคม 2569
ขอกราบสวัสดีพี่น้องประชาชนทุกท่านผ่านสื่อมวลชน และก็ทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ ก่อนที่จะได้พบกับผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ผมจะขอใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ที่ได้พูดถึงความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมเชื่อว่าทุกท่านทราบดี ผู้ที่ติดตามเรื่องของการเมืองว่า พรรคประชาธิปัตย์กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เราได้มีโอกาสทำงานด้วยกันมาเป็นเวลายาวนาน ตัวผมเองลงสมัครสส. ในเขตของกรุงเทพมหานคร 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 แล้วก็ได้ผ่านการทำหน้าที่ ทั้งที่เป็นโฆษกพรรค รองหัวหน้าพรรคดูแลกรุงเทพมหานครในการเลือกตั้ง สส. ในการเลือกตั้ง สก. สข. และผู้ว่าฯ มาหลายต่อหลายครั้ง
สิ่งที่ผมอยากจะยืนยันกับพี่น้องเพื่อความมั่นใจก็คือว่าพรรคประชาธิปัตย์มีบุคลากรจำนวนมาก ที่มีทั้งประสบการณ์ และก็ความผูกพันกับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ วันนี้ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยการขอบคุณ อดีตผู้บริหารกทม. และที่ปรึกษาของ กทม. ในนามของพรรคในอดีต ที่กรุณามาร่วมกับเราในวันนี้ มี ดร.วัลลภ (สุวรรณดี) มีท่านรองพนิต (วิกิตเศรษฐ์) มีท่านรองทยา (ทีปสุวรรณ) จริง ๆ น่าจะมีอีกหลายท่าน ที่เป็นที่ปรึกษาอยู่รอบ ๆ สิ่งที่อยากจะยืนยันก็คือว่า การทำงานของประชาธิปัตย์ในทุกเวที ในทุกพื้นที่ เชิญอดีต สส. กทม. กรณ์ (จาติกวณิช) ก็คือว่าเราทำงานกันเป็นทีม เราทำงานด้วยการรับผิดชอบร่วมกัน และพรรคประชาธิปัตย์ใส่ใจในการติดตามการทำงานของบุคลากรของพรรคในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นในระดับชาติ หรือในระดับท้องถิ่น
จริงอยู่ครับในระยะหลัง พี่น้องไม่ได้ให้โอกาสเราในการทำหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นในการเลือกตั้ง สส. หรือในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งที่ผ่านมา แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องห่างเหินกัน และที่จริงการที่ผู้บริหารในอดีตมาในวันนี้ และการที่เรามีบุคลากรซึ่ง เมื่อสักครู่ก็ได้ยินไป 50 ชื่อ ซึ่งบางส่วนรับใช้พี่น้องในฐานะ สก. มายาวนาน บางส่วนก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์หลากหลายทั้งจากภาคราชการ ทั้งจากภาคเอกชน อาสาตัวเข้ามาเป็นทีม ขอยืนยันถึงความแน่นแฟ้น และความพร้อมของพวกเรา ในการขับเคลื่อนงานของ กทม.
ถ้าพูดถึงโอกาสของเราในการทำงานใน กทม. ตอนนี้หลายคนอาจจะเริ่มลืม หรือบางคนอาจจะบอกว่าตอนนั้นยังเด็กอยู่ ผมก็อยากจะบอกว่า เราได้ทำงานมา พี่น้อง กทม. เคยให้โอกาสเราทำงานมาต่อเนื่อง 4 สมัย ในระยะเวลานั้น ถ้าใครจำได้เราคือคนที่ทำให้พี่น้องชาวฝั่งธนฯ ได้เห็นรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรก แม้ขณะนั้นรัฐบาลกลางไม่ได้สนับสนุน แต่ผู้ว่าฯ ของประชาธิปัตย์ก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า จะต้องทำให้พี่น้องชาวฝั่งธนฯ ได้มีโอกาสขึ้นรถไฟฟ้า เราก็ได้เห็นรถไฟฟ้าข้ามตรงสะพานสาทรไปสู่ฝั่งธนฯ ผู้ว่าฯ ของประชาธิปัตย์คนถัดมาก็ยังขยายรถไฟฟ้าต่อเนื่องอีก จากอ่อนนุช แล้วก็ไปถึงบางหว้าด้วย ในเส้นทางของฝั่งธนฯ นี่คือตัวอย่างของการมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน ทั้ง ๆ ที่หลายคนบอกว่าอำนาจของ กทม. มีอยู่จำกัด
วันนี้ผมว่าคนหลายรุ่นในกรุงเทพมหานคร นึกถึงเวลาที่จะพักผ่อนแล้วไปสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อก่อนไม่มีสถานที่แบบนี้ นั่นคือหอศิลป์ กทม. วันนั้นก็คือ ผู้ว่าฯ ของประชาธิปัตย์ที่ต่อสู้ แล้วก็ดำเนินโครงการให้สถานที่แห่งนี้เป็นหอศิลป์ บวกกับร้านค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ โดยไม่ปล่อยให้พื้นที่นั้นกลายเป็นห้างสรรพสินค้า นี่คือวิสัยทัศน์ นี่คือแนวทางการทำงานของประชาธิปัตย์ในอดีตที่ผ่านมา
วันนี้หลายคนอาจจะทราบ กรุงเทพมหานครมีอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ จริงครับอาจจะถูกต่อว่า ว่ายังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ด้วย อาจจะมีปัจจัยอื่น ๆ แต่ก็เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยในเรื่องของการระบายน้ำอยู่ และก็เป็นสิ่งที่ทำกันในเมืองใหญ่ ๆ เมืองหลัก ๆ ทั่วโลกทั้งสิ้น ผมกำลังจะบอกว่าเรายืนยันเดินหน้า เพราะเราต้องการที่จะอาสามาทำงานให้กับคนกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง ใช่ครับ ถ้าถามผมวันนี้ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองหรอกครับ เขาก็ต้องบอกว่าวันนี้ประชาธิปัตย์เป็นรอง แล้วก็การสำรวจความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ดูจะยืนยันนะครับ ถึงขั้นมีโพลไปสำรวจบอก เที่ยวนี้ไม่ตื่นเต้น
ถามว่าเรามองกรุงเทพมหานครปัจจุบันอย่างไร ท่านผู้ว่าฯ ปัจจุบัน ท่านให้คะแนนตัวเอง 5 จาก 10 ผมให้ท่านมากกว่า 5 ครับ ผมพูดตรง ๆ ผมคิดว่าท่านก็เป็นผู้ว่าฯ ที่ตั้งใจทำงานแล้วก็ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกอุ่นใจว่ามีคนที่ใส่ใจทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน แต่ผมก็ยืนยันครับว่า สำหรับประชาธิปัตย์นั้น ถ้าเราได้รับโอกาสเข้าไปคนที่จะมาใส่ใจกับปัญหาของพี่น้องประชาชนจะไม่มีแต่ผู้สมัครผู้ว่าฯ ที่เดี๋ยวจะขึ้นมา แต่เกือบทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ จะต้องทำหน้าที่นี้ ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของทีมของคนที่เป็นผู้ว่าฯ ในนามของพรรคประชาธิปัตย์
และด้วยกำลัง ด้วยระบบตรงนี้ สิ่งที่ผมคาดหวังจากผู้ว่าฯ ก็คือท่านจะได้ไปดูงานใหญ่ที่ทำให้กรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เองครับ เรายังไปเดินหน้าทำโครงการเพื่อจะพยายามผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง หรือเป็น Hub ของผู้พัฒนา AI หรือ AI Builders ในกรุงเทพมหานคร โดยเราตั้งความหวังว่าจะใช้พื้นที่ของกรุงเทพมหานครนั่นแหละ ซึ่งมีความเหมาะสมในการทำเรื่องนี้ ผมจึงบอกว่ากรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้ และเรามีความตั้งใจที่จะทำตรงนี้ แต่คนที่จะทำได้ต้องเป็นคนแบบไหน เป็นคนมีความรู้ เป็นคนมีความสามารถ เป็นคนสุจริต เป็นคนมีประสบการณ์ และต้องเป็นคนที่ทำงานได้กับทุกฝ่าย เพราะเราทราบดีว่าปัญหาคนกรุงเทพฯ ไม่ได้จำกัดอยู่กับสิ่งที่เป็นอำนาจของกรุงเทพมหานคร
พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ ความรู้ความสามารถมีมั้ย การศึกษาผมว่าจบมาก็ตรงที่สุดแล้วครับ คือด้านโลจิสติกส์ กับด้านพลังงาน ประสบการณ์การบริหาร ผมพูดสั้น ๆ เป็นเพียงตัวอย่างว่า ในวันที่บุคคลนี้อยู่ในภาคเอกชน ธุรกิจเอกชน ธุรกิจที่ครอบครัวดูแลอยู่ เจอกับวิกฤตต้มยำกุ้งเป็นหนี้หลายพันล้านบาท บุคคลนี้เป็นคนหนึ่งที่ทางครอบครัวมอบหมายให้มาแก้ปัญหาเรื่องการเงินในขณะนั้น และไม่เพียงพยายามทำให้บริษัทหลุดพ้นมาจากความเป็นหนี้ แต่เปลี่ยนวิธีคิดในการทำธุรกิจ แปลงบริษัทซึ่งเดิมนำเข้าเครื่องจักรมาขาย เป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร และไม่ได้จำกัดตลาดแค่ประเทศไทย แต่ไปต่างประเทศ จนกระทั่งบริษัทไม่เพียงแต่ฟื้น สามารถเติบโตมาได้อย่างต่อเนื่อง พิสูจน์ทักษะและประสบการณ์ทางด้านการบริหาร
จากนั้นก็ตัดสินใจเข้ามาสู่การเมืองครับ ไม่ได้ลอยมาเป็นผู้บริหาร แต่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งถึง 3 ครั้ง ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรของกรุงเทพฯ ครอบคลุมเขตปกครอง 5 เขตปกครอง 2 สมัย พื้นที่ที่เป็นผู้แทนเป็นพื้นที่ที่มีตั้งแต่ความเจริญที่สุด จนถึงปัญหาของชุมชนแออัดที่หนักหนาสาหัสมากที่สุด ก็ทำหน้าที่ของการเป็นผู้แทนราษฎรในพื้นที่ในกรุงเทพมหานครมาแล้ว จึงไม่เพียงแต่มีประสบการณ์ด้านการบริหารจากภาคเอกชน แต่มีประสบการณ์โดยตรงในการทำงานกับประชาชนในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ทำงานอยู่ในการเมืองต่อเนื่องมายาวนาน ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ได้รับการยอมรับของการเป็นนักการเมืองตามอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ คือยึดมั่นในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต และที่สำคัญทั้ง ๆ ที่อยู่ในช่วงที่การเมืองมีความขัดแย้งสูงมาก ก็เป็นบุคคลหนึ่งที่สามารถทำงานประสานงานได้กับทุกฝ่าย แม้ว่าการเมืองแบ่งขั้วอย่างรุนแรง
คุณสมบัติเหล่านี้ผมยืนยันเลยครับว่า ความรู้ความสามารถการบริหาร ความซื่อสัตย์ ประสบการณ์การเป็นผู้ประสานงาน มีอยู่ในตัวบุคคลนี้อย่างแน่นอน และหลายคนอาจจะสอบถามว่า เอ๊ะ อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ มีช่วงนึงหายไป ที่จริงผมก็เคยหายไปนะครับ แต่ว่าวันนี้ไม่ต้องสงสัยเลยครับ ว่าจะอยู่กับประชาธิปัตย์หรือไม่อย่างไร เพราะถ้าเขาไม่ตัดสินใจวันนี้ ผมคิดว่าโอกาสที่เขาจะได้เป็น สส. ในสภาชุดนี้ หรือได้ตำแหน่งในฝ่ายบริหารในรัฐบาลชุดนี้ ผมว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวครับ เป็นเรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างแน่นอน แต่ 2 อย่าง คือ 1. ความมุ่งมั่นตั้งใจว่าอยากจะกลับมาช่วยประชาธิปัตย์ในยามที่ ผมบอกไปแล้วประชาธิปัตย์เป็นรอง นี่ใจต้องเกินร้อยนะครับ กับ 2. คือตัดสินใจแล้วว่าวันนี้จะมาทุ่มเทให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นมากกว่าที่เป็นอยู่ เชิญพบกับผู้สมัครผู้ว่าฯ ที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองฟ้าอมร
#ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร #สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร #ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTH #ผู้ว่ากทม
