คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

2 กรกฎาคม 2569

 

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

 

กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญมาก  เราทราบดีจากการพิจารณางบประมาณในช่วงที่ผ่านมา ถึงปัญหาของหนี้ครัวเรือน หรือหนี้สินของประชาชน และกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่จะเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดา รายเล็กรายน้อย สามารถที่จะฟื้นฟู ลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้ ผมจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า เราต้องเร่งในการทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ และก็มีเพื่อนสมาชิกที่ได้กล่าวไปแล้วว่า เรื่องนี้ความจริงก็ใช้เวลามายาวนานกว่าที่ควรจะเป็น ผ่านมาแล้วหลายสภา

 

ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนคือว่า การแก้ไขของวุฒิสภานั้น ทราบดีว่าย่อมมีข้อโต้แย้งได้  แต่การตีความว่าเขาแก้ไขเพราะอะไร เชื่อว่าอาจจะมีการมองไม่ตรงกัน และทัศนะของผมก็อาจจะไม่ตรงกับเพื่อนสมาชิกบางท่าน หรือหลายท่าน ที่อภิปรายไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การไปกำหนดระยะเวลาในเรื่องของแผนที่จะต้องมีการชำระหนี้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 20 ปี  ผมอ่านดูก็คือว่า วุฒิสภามีความเป็นห่วงว่า หากไม่เขียนไว้ และกำหนดเพียงว่า ชำระหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ต่อปี จะทำให้แผนอาจจะยาวนานเกินไป ก็เพียงแต่บอกว่าจำกัดไว้ว่าไม่เกิน 20 ปี แต่ยังเปิดช่องว่าเจ้าหนี้ สามารถให้ความยินยอมได้ ถ้าอยากให้ยาวไกลกว่านั้น ผมไม่ได้มองว่ามันมีความเสียหายอะไร

 

ประเด็นในเรื่องของปัญหาว่า ที่เขาแก้มาอีกประเด็นหนึ่งคือ เรื่องของการที่คำพิพากษาในกรณีที่ พูดง่ายๆ คือ แผนไม่สำเร็จ และมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ทางกรรมาธิการก็ปรารถนาดี เห็นว่าหลักคิดปัจจุบันก็คือ เราอยากจะเปลี่ยนแปลงหลักการ จากเดิมที่มองว่าบุคคลล้มละลาย ไม่สมควรมาเป็นข้าราชการ หรือดำรงตำแหน่งต่าง ๆ คือว่าไปแล้ว ท่านประธานดูในรัฐธรรมนูญก็จะเห็นว่า พวกเราเอง รัฐธรรมนูญก็ไม่ยอม ถ้าเราเป็นบุคคลล้มละลาย ให้เข้ามานั่งอยู่ในสภาอย่างนี้ และถ้าเราเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริตนี่ เป็นไม่ได้เลย

 

ประเด็นของผมก็มีอยู่เพียงง่ายๆ ว่า ที่เขาตัดออกไปนั้น ผมกราบเรียนว่า มันเป็นเรื่องของความเหมาะสมของตัวกฎหมายมากกว่า เพราะถ้าเราเห็นว่า บุคคลล้มละลาย สมควรหรือควรจะได้รับโอกาสในการรับราชการต่อ หรือเป็นข้าราชการได้ กฎหมายที่เราจะต้องไปแก้ ก็คือ กฎหมายว่าด้วยการนั้น แต่ถ้ามาแก้เฉพาะตรงนี้ อันนี้จะเกิดความลักลั่นอย่างแท้จริง เพราะแปลว่า บุคคลซึ่งไม่ได้เข้าสู่กระบวนการนี้ แต่ล้มละลาย ก็จะถูกจำกัดสิทธิ์เหมือนเดิม แต่คนที่เข้ามาสู่กระบวนการตรงนี้ สุดท้ายศาลให้ล้มละลาย ได้รับข้อยกเว้น กลายเป็นมีบุคคลล้มละลายบางประเภทเป็นข้าราชการไม่ได้ บางประเภทเป็นได้ อยากแก้เรื่องนี้ ผมก็สนับสนุน ไปแก้ในตัวกฎหมายกลางเลย ว่าด้วยคุณสมบัติของข้าราชการ แล้วมันก็ไม่ต้องมีตรงนี้ ผมถึงเข้าใจได้ว่า ทำไมวุฒิสภาเขาถึงตัดข้อความนี้ออกไป

 

ประเด็นเดียวที่คิดว่าโต้แย้ง และผมก็ไม่มีความรู้เพียงพอว่า เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมก็คือ เรื่องคุณสมบัติของการที่จะเข้ามาสู่กระบวนการของกฎหมายฉบับนี้ ที่พูดถึงเรื่องของเงิน 1 แสน หรือ 3 แสนบาท ซึ่งถ้าฟังดู ดีที่สุดก็คือ น่าจะไปดูสถิติว่าการฟ้องร้องให้เกิดการล้มละลายในอดีตที่เกิดขึ้น อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มูลหนี้ประมาณเท่าไหร่ ตัวเลขก็ไปดูตามความเหมาะสมตรงนั้น แต่ก็ต้องชั่งให้ดีว่า ระหว่างการไปจำกัด พูดง่ายๆ คือถ้าสูงเกินไป ไปตัดสิทธิ์คนซึ่งมีหนี้น้อยกว่านั้นเข้าสู่กระบวนการไม่ได้ กับการที่ไปเขียนต่ำเกินไป และในที่สุดก็ทำให้กฎหมายปฏิบัติยาก ก็น่าคิดว่าจะเป็นอย่างไร

 

ประเด็นนี้ประเด็นเดียว ที่ผมคิดว่ายังเป็นประเด็นที่จะต้องศึกษา หรือโต้แย้งกันต่อไป ผมเพียงแต่ฝากนิดเดียว  คนที่ติดตามเรื่องนี้มาทั้งหมดวันนี้ ถามว่าความปรารถนาสูงสุดคืออะไร คือขอให้กฎหมายออกเร็วที่สุด ดังนั้น อะไรที่สามารถที่จะยอมรับกันได้ รีบตกลง อย่าทำให้มันช้า เพราะอันนี้จะเป็นการเปิดโอกาส อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไป สำหรับคนจำนวนมากที่จะได้ลืมตาอ้าปาก อย่าให้เวลาของการมาถกเถียงเรื่องบางเรื่อง ทำให้เขาต้องรอคอยนานเกินไป ฝากกรรมาธิการร่วมที่จะมีการตั้งขึ้นด้วยครับ”

 

#ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTh

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา