คำต่อคำการปราศรัย “ทัวร์ไทยหายจน การเมืองสุจริต พลิกเศรษฐกิจไทย” มหาชัย สมุทรสาคร

คำต่อคำการปราศรัย ทัวร์ไทยหายจน การเมืองสุจริต พลิกเศรษฐกิจไทย

ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569

 

กราบสวัสดีพี่น้องชาวสมุทรสาครที่เคารพรักทุกท่านครับ สวัสดีครับขอบพระคุณทุกท่านที่สละเวลามาฟังการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้ ซาบซึ้งในน้ำใจของทุกคนนะครับที่เป็นกำลังใจให้กับผู้สมัครทุกเขตในจังหวัดสมุทรสาคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่นี้ก็คือผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 1 และก็ขอขอบคุณที่ให้การต้อนรับ หลาย ๆ คนที่มาจากบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ และบางท่านก็ได้พบปะกับพี่น้องไปแล้ว ผมจำได้ว่าตอนอายุ 27 ซึ่งก็ไม่นานมานี้นะครับ ผมมาสมัคร สส. เป็น สส. ครั้งแรกก็ในปี พ.ศ. 2535 เป็น สส. อยู่ในกรุงเทพมหานคร ในเขตเลือกตั้ง คนเป็น สส. เขตก็มักจะไม่อยากจะออกจากพื้นที่หรอกครับ เพราะว่ากังวลคะแนนเสียง แต่จำได้ว่าจังหวัดแรกที่ต้องออกมาหาเสียง ที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ก็ตอนนั้นก็คือมาช่วยท่าน อเนก ทัพสุวรรณครับ

ที่จำได้แม่นเพราะว่า ตอนนั้นมาขึ้นเวทีแล้วก็มีพี่น้องนี่แหละครับยื่นดอกไม้มา ยื่นมือมาพอเราไปจับมือ ก็ดึงมือเราลงไป แล้วก็หอมแก้ม เที่ยวนี้ไม่มีแล้วครับ มันผ่านมาพอสมควรนะครับ เที่ยวนี้จับมือต้องมีคนจับข้างหลังไว้ กลัวตกเวที ไม่มีแรง แต่ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผ่านมากี่ปี ๆ ผมมีโอกาสกลับมาที่นี่หลายครั้ง และก็ขอขอบคุณที่พี่น้องมีใจให้กับเราเสมอมา ล่าสุดก่อนที่จะมีการตราพระราชกฤษฎีกาก็ได้มีโอกาสมาเปิดศูนย์ของพรรคประชาธิปัตย์ในเขตนี้ แล้วก็มีโอกาสเดินพบปะกับพี่น้องประชาชน ทั้งในตลาดมาถึงจุดนี้ รวมทั้งข้ามไปเพื่อพบปะกับพี่น้องที่ท่าฉลอมด้วย ก็รู้สึกดีใจอย่างมากครับ ที่ได้รับการต้อนรับโดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้น มีหลายท่านที่มีความรู้สึกผูกพันกับเรา จำได้ครับว่าวันนั้นมาระหว่างที่เดินอยู่ตรงตลาดก็มีชายหนุ่มท่านหนึ่งตะโกนว่า ฟื้นแล้ว ฟื้นแล้ว ผมก็หันไปดูว่า คำว่าฟื้นแล้ว ฟื้นแล้ว หมายถึงอะไรท่านก็บอกว่า อภิสิทธิ์มาประชาธิปัตย์ฟื้นแล้ว วันนี้ชายหนุ่มท่านนั้นอยู่ตรงนี้ครับ อายุ 97 ปี คุณลุงวาส ช่วยลุกขึ้นยืนหน่อยได้มั้ยครับ เดี๋ยวจะหาว่ามีแต่หนุ่ม ๆ ที่ชอบผม สาว ๆ ก็มี วันนี้คุณอริสา สาวอายุ 93 ปี ก็มาเป็นเป็นกำลังใจอยู่หน้าเวทีนี้ครับ

วันนี้มี 92 ด้วยน่าจะมีครบหมดเลยนะครับ ทุก 90 กว่าเนี่ย ครับผม แต่ว่าอยากจะบอกอย่างนี้ครับว่า วันที่ผมตัดสินใจกลับมา แน่นอน ส่วนหนึ่งก็คือ เรื่องของความผูกพันกับพรรคนี่แหละ เพราะว่าในยามที่พรรคถูกสบประมาทถึงขั้นที่เขาบอกว่า พรรคจะสูญพันธุ์ ผมเติบโตมากับพรรคการเมืองนี้ ผมมีโอกาสไปทำงานเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ก็เพราะพรรคการเมืองนี้ เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ผมจะปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์มีอันเป็นไป ต่อหน้าต่อตา ผมก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้โอกาสผมกลับมา เพื่อนำพาพรรคประชาธิปัตย์ วันนั้นบอกกับผมว่า เอาให้แค่รอดก็พอ แต่หาเสียงไป หาเสียงไป คนมาอย่างนี้นี่ ตอนนี้ไม่ยอมให้แค่รอดแล้วใช่มั้ย โอ้โห นั่นก็เร็วไปนิด จะให้เป็นนายกแล้ว กำลังดี ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ไปเกินนายกฯ อยู่แล้ว คือนี่คือกำลังใจ ใช่ครับ แต่ว่าเมื่อกลับมาเนี่ย ผมตั้งโจทย์ไว้ 2 ข้อ สำหรับตัวเอง ข้อที่ 1 เราจะต้องทำให้พรรคไม่ใช่แค่ฟื้นขึ้นมา แต่เข้มแข็งพอที่จะเดินไปข้างหน้าในอนาคตเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้

ผมก็ต้องขอบคุณครับ คนที่เข้ามาเสริมกำลัง ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่า พร้อมที่จะมาพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่เขาบอกว่าประชาธิปัตย์ตกต่ำ หนึ่งในนั้นแคนดิเดตนายก การดี เลียวไพโรจน์ อีกหนึ่งมาเป็นรองหัวหน้าพรรค รัดเกล้า สุวรรณคีรี กว่าจะมาก็เหนื่อยเหมือนกันครับ เพราะผมก็เลยวัยที่จีบผู้หญิงมานานแล้ว แล้วก็เลิกจีบมานานแล้วนะครับ ตั้งแต่เจอภรรยาผม แต่ก็หว่านล้อม แต่สุดท้ายทุกคนมาบอกกับผมว่า ที่มาเพราะเราคุยกันให้ชัดว่าอยากจะพาประชาธิปัตย์ และบ้านเมือง และประเทศไทยไปทางไหน สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนเห็นตรงกันว่า บ้านเมืองเรา การเมืองเราตกต่ำย่ำแย่ อยู่ข้างนอกการเมืองก็ดูเสมือนว่าดูดายไม่เอาความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่จะมาก็ต้องมั่นใจ มั่นใจในอุดมการณ์พรรค มั่นใจในตัวผมว่า จะยึดมั่นอุดมการณ์ของพรรค ผมก็ต้องขอบคุณบรรดาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน รวมทั้งท่านผู้อาวุโสทั้งหลายที่ได้เปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามา

ดังนั้นวันนี้ประชาธิปัตย์ไม่ใช่แค่ฟื้น และกลับมาแต่ประชาธิปัตย์มองไปข้างหน้า สำหรับอนาคตแล้ว ที่สำคัญเรามองปัญหาความย่ำแย่ของบ้านเมืองการเมือง เริ่มต้นที่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และทุนเทา วันนี้รู้ว่าต้องมาเจอพี่น้องอยากมาสมุทรสาครครับ แต่ไม่อยากมา พระราม 2 เพราะอะไรครับเราเชื่อเหรอครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพระราม 2 ซ้ำแล้ว ๆ ๆ เป็นอุบัติเหตุล้วน ๆ ไม่เชื่อหรอกครับ ปัญหาแบบนี้โยงใยกลับไปเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน นั่นคือความเชื่อของพวกเราทุกคนที่นี่ เหมือนผมเหมือนคนที่นั่งอยู่ข้างหลังผม เกิดแล้วเกิดอีก แต่ทำไมมันไม่เคยมีความชัดเจนว่าใครต้องรับผิดชอบ แล้วมันก็ไม่ใช่เฉพาะพระราม 2 หรอกครับพี่น้องก็จำตึก สตง. ที่ถล่มลงมา พี่น้องก็ต้องเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ที่โคราช ทำไมเป็นแบบนี้คอร์รัปชัน เหมือนปัญหาทุนเทา พี่น้องกี่คนที่รู้จักญาติสนิทมิตรสหายคนในครอบครัวที่ถูกหลอก บางคนเก็บเงินมาทั้งชีวิต ถูกหลอกเพียงไม่กี่วินาที ทุกสิ่งทุกอย่างที่เก็บมาสูญหายหมด แล้วสารคดีรายการทั่วโลกเค้าบอกเลยบอกว่าไอ้ปัญหาการหลอกลวงนี้ ซึ่งหลอกทั้งคนไทย หลอกทั้งชาวต่างประเทศ เขาชี้มาที่ประเทศไทยบอก ศูนย์การหลอกลวงอยู่รอบ ๆ ประเทศเราหมด มิหนำซ้ำพอได้เงินแล้วก็เอาเงินเข้ามาสู่ระบบการเงินของไทย มาฟอกเงิน ซ้ำร้ายวันนี้น่าสงสัยอยู่ว่าไอ้เงินที่มาซื้อ สส. กันคนละกี่ 10 ล้านบาท เงินที่จะมาแจกประชาชนในการซื้อเสียง มันจะมีธุรกิจไหนมีเงินมากมายขนาดนั้น นอกจากธุรกิจสีเทา เราปล่อยต่อไปไม่ได้แต่เราต้องรู้ว่าในขณะที่ทั้งโลกเค้าเดินหน้ามีการอายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ขึ้นบัญชี ประเทศที่เขาชี้นิ้วมาว่าถูกรายล้อมด้วยสิ่งเหล่านี้ กลับช้ากว่าคนอื่น เพราะอะไร เพราะอะไร เพราะมันมีอุปสรรคจากการที่เรามีคนอยู่ในอำนาจไม่ทำเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง เพราะมีความสัมพันธ์ หรือเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน เราจึงยอมไม่ได้ครับ

วันนี้เราต้องมาต่อสู้ในเรื่องของการสร้างการเมืองที่สุจริตอีกครั้งหนึ่ง ผมไปดีเบตทุกวันครับตอนนี้ เมื่อกลางวันก็เจอเวทีที่เดลินิวส์ ทุกคนก็พูดเหมือนกันหมดแล้วตอนนี้ทุกพรรค ไม่เอาทุนเทา ไม่เอาคอร์รัปชัน จะทำทุกอย่างให้สุจริต แต่หลายปีที่ผ่านมา หลายพรรคที่พูดอยู่ในอำนาจ ได้พิสูจน์มั้ยล่ะครับ ว่าเอาจริงเอาจังให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์สุจริต แต่ประชาธิปัตย์ของพี่น้องเป็นรัฐบาลทุกครั้ง จริง ๆ ประชาธิปัตย์มีนายกรัฐมนตรีมาแล้วตั้งแต่ นายควง อภัยวงศ์ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมทย์ นายชวน หลีกไป มีผม 4 คน ถามว่ามีใครบ้างที่ถูกกล่าวหาหรือถูกมองว่าเป็นคนทุจริตคอร์รัปชัน ไม่มี เพราะอุดมการณ์ของประชาธิปัตย์ประกาศตั้งแต่ปี 2489 ว่าเราจะทำการเมืองด้วยวิถีอันบริสุทธิ์ หลายคนพูดได้ครับหลายคนบอกว่า ถ้าให้โอกาสเค้าก็ไม่ต้องห่วง ไม่ทุจริต ผมก็ไม่สามารถที่จะไปกล่าวหาสบประมาทหรอกว่าเค้าทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยสำหรับผมมันมีประวัติเป็นเครื่องพิสูจน์ 30 ปี ในวงการเมืองมีตำแหน่งทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งในฝ่ายบริหาร ไม่เคยมีข้อกล่าวหาเลยว่าผมเอาตำแหน่งเอาอำนาจไปเอื้อประโยชน์แสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง
นี่คือหลักประกัน และถ้าผมไม่ทำตอนอายุ 27 ตอนอายุ 40 กว่า ผมไม่ทำตอน 61 หรอกครับ เพราะอยู่อีกไม่นานแล้ว

เดี๋ยว ๆ ช่วยบอกคนอื่นก่อนนิดนึงนะครับเดี๋ยวผมจะได้พูดเดี๋ยวข้างหลังเค้านั่นเดี๋ยวบอกมาแล้วเดี๋ยวเล่าให้ผมฟังได้ครับ ไม่มีปัญหาครับ คือผมอยากจะเรียนต่อไปว่า ความซื่อสัตย์สุจริตและการปราบปรามการทุจริต ตัวผู้นำสำคัญที่สุด ถ้าผู้นำส่งสัญญาณชัด สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นได้ยาก วันนี้ผมก็มีการประชุมกับกรรมการบริหารพรรคแล้วก็ได้มีมติบอกว่าอย่างน้อย ๆ เริ่มต้นที่การเลือกตั้ง ถ้ามีคนของประชาธิปัตย์ไปทุจริต เราก็จะจัดการ มีมติไว้ล่วงหน้าเลยครับ ไม่ต้องรอว่ามีเรื่องเกิดขึ้นแล้ว และจะมาแก้ตัวอะไรกันทีหลัง และที่สำคัญก็คือ วันที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี มีเพื่อนหลายคนที่เป็นรัฐมนตรีที่ผมขอว่า คุณต้องออกไปก่อน หลีกทางไปก่อน เปิดโอกาสให้มีการสอบสวนได้อย่างเต็มที่ให้ประชาชนสบายใจ มีความมั่นใจ นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้พี่น้องมั่นใจได้ว่า เราจะเอาจริง แต่จะมาอวดอ้างบอกเป็นผู้นำสุจริต แปลว่าทำได้ ไม่ใช่ครับ วันนี้เราเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ที่จะมาช่วยจัดการการทุจริต

ดร.การดี คือบุคคลที่จะไปวางรากฐานในเรื่องของระบบข้อมูลของรัฐ เปิดให้พี่น้องประชาชนส่องได้การจัดซื้อจัดจ้างราคากลาง ใครประมูลบริษัทที่ได้ประมูลเป็นใคร ราคาเท่าไหร่ ใครเป็นเจ้าของ เชื่อมโยงกับใคร ทั้งพี่น้องประชาชนจะเอา AI มาไล่จับ ก็จะเห็นทันทีว่ามีอะไรที่มันผิดปกติ การทุจริตในระยะหลังยังมีรูปแบบอื่น ไม่ใช่แค่เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง การที่ยังถืออำนาจในการอนุญาตอนุมัติทั้งหลาย เช่นเดียวกันเมื่อเราเอาเทคโนโลยีมาจับให้มนุษย์ใช้ดุลพินิจน้อยลงก็จะลดลงไป และการทุจริตในรูปแบบที่เริ่มต้นจากการซื้อขายตำแหน่ง ตำแหน่งสูง ๆ ในราชการเสร็จแล้วก็ให้ข้าราชการเหล่านั้นไปหาเงินกันหาจากไหนก็จากการทุจริตคอร์รัปชัน รีดไถไปจากพี่น้องประชาชน เราก็บอกว่าเข้าไปเที่ยวนี้จะไปสะสางให้กระบวนการโยกย้ายแต่งตั้ง มีความโปร่งใส นักการเมืองอาจจะยังต้องมีอำนาจในการแต่งตั้งอยู่แต่กระบวนการนั้นต้องมีการแสดงเหตุผล มีการเปิดให้ทราบว่ามีใครบ้างที่อยู่ในข่ายที่จะได้รับเลือก จะมีการตรวจสอบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและถ้าเราไม่เริ่มทำจากเรื่องนี้จะไม่มีใครมั่นใจไว้วางใจประเทศไทยและจะมาลงทุนคบค้าสมาคมค้าขายกับเราให้เติบโตแบบที่เราเคยทำได้ในอดีต

เดินหน้าแน่ ทุนเทาประกาศชัดเลยครับภายใน 90 วัน 1. ต้องไม่มีคนอยู่ในอำนาจที่มาเป็นอุปสรรคกีดขวางการจัดการกับทุนเทา 2. ออกกฎหมายเป็นพระราชกำหนดเลย เรื่องการให้อำนาจในการอายัดทรัพย์ ถ้าอธิบายที่มาไม่ได้ 3. เข้มงวดกวดขันกฎระเบียบในการเปิดเผยการทำธุรกรรม เรื่องทองคำ เรื่องคริปโต อาจจะต้องรวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์ด้วย และจะต้องเพิ่มเครื่องไม้เครื่องมือในการตรวจจับความผิดปกติในเส้นทางการเงินทั้งหลาย ซึ่งขนาดเรายังไม่ได้ไปเป็นรัฐบาล ก็ได้เริ่มต้นแล้ว ที่คุณกรณ์ ได้ไปยื่นกับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปปง. หรือ กลต. มั่นใจได้เลยครับว่าที่เราบอกว่าจะไม่ทนทุนเทา ประชาธิปัตย์จะทำให้พี่น้องไม่ต้องทนทุนเทาอีกต่อไป

แต่ลำพังเรื่องนี้ไม่พอหรอกครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องของปากท้อง ที่ผ่านมาเรื่องของประมงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่มีการเดิน หรือวางแนวทางหลายอย่างโดยไม่ได้มาร่วมให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มได้มาแสดงความคิดเห็น จนทำให้หลายครั้งนั้น เดินพลาดไปและทำให้เราสูญเสียโอกาส ตอนนี้กฎหมายประมงฉบับใหม่ก็ออกมาแล้ว แต่ก็อีกนั่นแหละพอแก้ส่วนนึงก็ไปสร้างปัญหาให้กับอีกกลุ่มนึง ด้วยการที่่ไม่ยอมรับฟังทุกฝ่ายให้เกิดความสมดุล ปัญหาแบบนี้ครับ ผมต้องบอกว่าประชาธิปัตย์นั้นเรามีประสบการณ์การบริหาร เรายึดมั่นในการบริหารที่รับฟังการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน มันต้องมาหาทางออก

ปลาหมอคางดำ ไม่มาแถวนี้คนที่อื่นอาจจะลืมไปหมดแล้ว แต่ยังคงเป็นปัญหาอยู่มาตรการที่รัฐทำอยู่ ก็ยังไม่ตอบโจทย์ เค้าบอกมารับซื้อจากชาวบ้านราคามันต่ำมากนะครับ สุดท้ายก็มีการปล่อยกลับลงไปนะครับจริง ๆ ผมก็เพิ่งได้กินปลาหมอคางดำนั่นแหละตั้งแต่เกิดปัญหาขึ้นมาก็พยายามจะซื้อเหมือนกันนะจะได้ช่วยกำจัดปลาหมอคางดำ นี่ก็เป็นปัญหานะครับ ปากท้องของพี่น้องก็จะต้องการมาตรการเยอะมากภายใต้สิ่งที่เราเรียกว่า “ปฏิบัติการไทยหายจน” และเราจะไม่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า พี่น้องเรียกร้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมกำลังซื้อ เราก็จะมีให้ พี่น้องพูดถึงปัญหาหนี้สินที่อาจจะต้องมีการพักหนี้บ้าง ซื้อหนี้บ้าง ช่วยเอาหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบบ้าง หาแหล่งเงินทุนที่ถูกกว่าให้ จัดให้ แต่มันไม่ยั่งยืนหรอกครับ มาตรการเหล่านี้ตราบใดที่เศรษฐกิจไม่โต เราจึงมีแนวทางที่มันยาวไกลกว่าเรื่องเฉพาะหน้า โดยอาศัยเรื่องเทคโนโลยี โดยอาศัยเรื่องการเพิ่มทักษะลงทุนในตัวพี่น้องประชาชน ก็คือคน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด โดยการไปสะสางแก้ปัญหากฎระเบียบทั้งหลายให้ธุรกิจและเศรษฐกิจเติบโตได้ โดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยง เชื่อมไทยเชื่อมโลก นโยบายเหล่านี้พี่น้องหาอ่านได้หมด

แต่นอกจากเศรษฐกิจภาพรวม คนทุกกลุ่มที่เราจำเป็นจะต้องดูแลให้เกิดความมั่นคงขึ้น ก็จะเดินหน้าต่อ พี่น้องจะสังเกตว่าเลือกตั้งที ก็มาพูดเรื่องพวกนี้ที แต่สำหรับประชาธิปัตย์ เราไม่ได้มาพูดช่วงเลือกตั้ง เราคือคนที่เริ่มต้นและทำมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อกี้ ดร.การดี บอกว่าใครมีลูกจะได้เงิน 65,000 ปีแรก มีใครกำลังจะมีลูกบ้างมั้ยครับ อยากมี ผมไม่ถามปัญหานะ ดูแล้วน่าจะมีหลายคนจะมีหลานมากกว่า แต่ว่าจริง ๆ ไม่ได้มาแก้ปัญหาเรื่องคนไม่เกิดหรอกครับ แต่คนไทยเกิดน้อยจริง ๆ ตอนนี้ปีที่ผ่านมาเหลือแค่ 410,000 420,000 10ปีที่แล้ว ยังเกิดกันประมาณ 700,000 คนอยู่เลย แปลว่าถ้าเกิดน้อยต้องมีคุณภาพสูง ที่ ดร.การดี บอกจะให้เงินนั้น เพื่อชดเชยรายได้แม่มาทุ่มเทดูแลลูกแรกเกิด มาช่วยเรื่องอาหาร นม โภชนาการ ให้เด็กของเราสมองดีและมีเติมเงินเพื่อให้เขามีเงินออมตั้งตัวได้ วันที่เขาอายุ 18 เรื่องใหม่หรือเปล่า ความจริงประชาธิปัตย์คิดเรื่องนี้ หาเสียงมาตั้งแต่ปี 62 และมันมาเชื่อมโยงว่าก่อนหน้านี้ประชาธิปัตย์คือคนที่เอาอนุบาลไปชนบท เอานมโรงเรียนเข้ามา ส่งเสริมเรื่องอาหารกลางวัน แล้วก็จัดให้มีศูนย์เด็กเล็กทุกตำบล และจัดให้มีการเรียนฟรี ยุคผมเลขาธิการพรรคผม ชัยวุฒิ บรรณวัตร นี่แหละเป็นคนช่วยดูแลว่าฟรีต้องฟรีจริงทั้งอุปกรณ์การเรียน ตำราเรียน เครื่องแบบนักเรียน เราดูแลอย่างนี้เราเห็นคุณค่าของคนทำงานให้รัฐ

อสม. มีบ้างมั้ยครับ อยู่ไหน อสม. ทำงานช่วยระบบสาธารณสุขไทยและมาพิสูจน์ช่วงโควิด ว่านี่คือกลุ่มคนที่มีคุณค่าจริง ๆ ในการป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องติดเชื้อโควิด ประชาธิปัตย์ ผมเป็นคนแรกที่บอกว่า อสม. ควรจะมีค่าตอบแทน ค่าป่วยการ ให้โดยไม่เคยบอกว่า อสม. ต้องมาเป็นหัวคะแนนให้ นี่คือสิ่งที่เราทำ เพราะเราเชื่อในสิ่งเหล่านี้ และเราเห็นความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ ผู้สูงอายุมีบ้างมั้ยครับหรือมีแต่สาว ๆ  ไหนใครเป็นผู้สูงอายุยกมือขึ้น หลายคนสงสัยยกไม่ไหว ผมก็ใช่ครับ เออ ผม 61 แล้วไม่เชื่อเหรอ ผมเข้าใจ ผมเข้าใจ นึกว่า 27 พี่ใส่แว่นสิครับ ผมอยากจะบอกว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 นะหรือ 36 นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เป็นคนแรกที่บอกว่าผู้สูงวัยควรจะได้เบี้ยยังชีพ ยุคนั้นให้ 200 ท่านกลับมาเป็นนายกรอบ 2 เติมเป็น 300 พลเอกสุรยุทธ์มาเติมให้เป็น 500 แต่สมัยนั้นได้บางคนเป็นโควตา ผู้นำท้องถิ่นท้องที่เป็นคนเลือก ก็มีคนบ่น ผมจึงตัดสินใจว่า เบี้ยยังชีพควรจะเป็นสิทธิของผู้สูงวัยทุกคนที่ไม่มีบำเหน็จบำนาญ ได้กันถ้วนหน้า500 บาท ในยุคของผมครับ หลังจากนั้นก็มาทำเป็นขั้นบันได ใครรับ 600 ยกมือ ใครรับ 700 ยกมือ ใครรับ 800 ยกมือ ไม่ใช่ 1,000 เหรอครับ ตอนนี้น่าจะได้ 1,000 แล้วนะครับ เพราะว่าเกิน 90 นะครับ

ประเด็นก็คือพอเราทำเรื่องนี้จำได้มั้ยครับเลือกตั้งครั้งที่แล้ว โอ้โห บางพรรคมาแบบเร้าใจ 3,000 บาท ลูกหลานโทรหาพ่อแม่ปู่ย่าตายายหมดว่า ต้องเลือกพรรคนั้นนะได้ 3,000 บาท ได้หรือยังครับ แต่ว่าเอาล่ะ เดี๋ยวเขาบอกว่าเค้าไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ความจริงน่ะส่งคนไปเป็นรัฐบาลเป็นนายกฯ นะแต่ไม่ยอมไปเป็นเอง แต่ปัญหาก็คือว่า มาเที่ยวนี้ไม่พูด 3,000 พูดเท่ากับที่ผมกำลังจะพูดคือ ประชาธิปัตย์ให้แน่นอน 1,000 บาท ถ้วนหน้า ผมก็เห็นเค้าก็พูด 1,000 ก็ยังสงสัยอยู่ว่ามันมีการลดราคาด้วยเหรอแบบนี้เที่ยวหน้าจะเหลือ300 หรือเปล่า แต่เราเนี่ยพูด 1,000 ทั้ง ๆ ที่รู้เพราะว่าเมื่อกี้ เฮ เฮกัน พอเจอกันส่วนตัวบอก 1,000 บาท พอที่ไหน มันไม่พอหรอกครับ แล้วเราก็รู้ว่ามันไม่พอ แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือเราต้องประเมินกำลังของรัฐบาล เพียงแค่เพิ่มเป็น 1,000 บาท ต้องใช้เงินงบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 8-90,000 ล้าน ถ้าเพิ่มเป็น 3,000 ผมบอกตรง ๆ พูดได้ทำไม่ได้ หรือทำได้ก็ต้องยกเลิกภายในปี 2 ปี นั่นไม่ใช่ประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์จะดำเนินนโยบายอะไร ก็ต้องมีการศึกษาต้องรับผิดชอบต่ออนาคต เพราะพรรคนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเมื่อวานนี้ เพื่อให้ผมไปเป็นนายกวันพรุ่งนี้ แล้วทำอะไรก็ได้แล้วหายตัวไป แล้วก็เปลี่ยนชื่อพรรค พรรคนี้ต้องรับผิดชอบต่ออนาคตเหมือนกับผู้ก่อตั้งพรรคเขาต้องรับผิดชอบกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ตามมา และพวกผมก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำในอดีตของพรรคทั้งหมด

ถ้าผมเหลวไหลนี่ หลายคนจะเดือดร้อนเนี่ย 1 คนนะ 2 คนนะ ชัยชนะก็เดือดร้อนแน่นอนนะครับ เพราะอะไรครับเพราะต้องมาแบกรับความไม่รับผิดชอบ นั่นไม่ใช่ประชาธิปัตย์เพราะประชาธิปัตย์ไม่ใช่เป็นพรรคของผม เป็นพรรคของทุกคน เป็นพรรคของทุกคน เป็นพรรคของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นวันที่ 8 กุมภาจากสิ่งที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ผมอยากให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนครับว่า เลือกประชาธิปัตย์แล้ว สิ่งที่ท่านได้คือการเข้าไปต่อสู้เรื่องบ้านเมืองสุจริต คือการเข้าไปทำงานให้เศรษฐกิจมันดี และท่านได้คนที่มีหัวใจในการดูแลมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย แบบที่เราเคยพิสูจน์มา นี่คือสิ่งที่เรายืนยัน ผมก็เลยต้องซักซ้อมกันนิดหน่อยครับ เพราะว่าตอนนี้สิ่งที่เป็นความกังวลใจหลายอย่างก็คือ ถ้าอยากจะเลือกผม สนับสนุนผมเลือกเบอร์อะไรครับ ถ้าเสียงเข้านี้ก็คงได้ซักถึงเลขามั้ยเนี่ย เบอร์อะไรครับ อันนี้น่าจะถึงชัยชนะแล้วนะ แต่ว่าบอกว่าที่ตอบมา ถูกครึ่งเดียว ทำไมถูกครึ่งเดียว ก็ต่อให้ทุกคนเลือก 27 นะในสมุทรสาคร 4 เขตเนี่ย เลือก 27 เกือบ 100% เนี่ยได้สส.ประมาณ 1 คนมั้ง เมื่อกี้ที่ตะโกนให้เป็นนายกอ่ะ สมาคมอะไรครับ 1 คน มันเป็นไปไม่ได้ อย่าไปคิดว่าอยากได้ประชาธิปัตย์ไปเป็นรัฐบาล อยากจะเอาอภิสิทธิ์ กรณ์ การดี ไปเป็นนายก เลือกเบอร์ 27 แล้วจบกันไป ไม่ใช่ครับ ถ้าไม่มี สส. เขต ใจเย็น ๆ ๆ ยังไม่ถึง จะขึ้นมามั้ย เค้าเก่ง เค้าคิดออกแล้วว่า 27 ไม่พอ ทุกเขตเลือกตั้งต้องเอาคนของประชาธิปัตย์เข้าไป มันถึงจะมีกำลัง ผมไม่กล้าพูดหรอกครับ ไอ้เรื่องว่าจะ ถ้าวันก่อนพูดเล่นนิดเดียวเป็นแกนนำคนเกิดเริ่มเชื่อขึ้นมาเดี๋ยวจะยุ่ง

แต่ว่าต่อให้เราไม่ใช่พรรคที่ใหญ่ที่สุด ถ้าเลือกพวกเราพอนะครับ เลือกพวกเราพอ เขาบอกว่าเราคือตัวแปร คำว่าตัวแปรคือแข่งขันกันจัดตั้งรัฐบาล เพราะไม่มีใครเชื่อหรอกครับ ตอนนี้ว่าใครจะได้เสียงเด็ดขาด เดี๋ยวต้องมาชวนเรา แต่เราจะไปหรือไม่ไป หลายอย่างที่ผมพูดในวันนี้ และแน่นอนที่สุดเรื่องของความสุจริต การปราบปรามการทุจริต ทุนเทา และรวมไปถึงเรื่องที่ผมพูดทางโทรทัศน์ว่า จะไม่เอาเรื่องของความแตกแยก นั่นคือเงื่อนไข แปลว่าถ้าเลือกประชาธิปัตย์ไปมากพอ ใครจะมาเป็นแกนนำรัฐบาล มาชวนเรา เราจะดูแลเป็นหลักประกันให้กับพี่น้องว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเรื่องของทุนเทา คอร์รัปชัน ความแตกแยกจากนโยบายที่ไปแตะเรื่องของความละเอียดอ่อน เราจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ท่านมั่นใจ วางใจ ไว้ใจได้ สำหรับอนาคต เพราะฉะนั้นเมื่อกี้ซักซ้อมแล้วนะ 27 เขตนี้ เบอร์อะไร ถ้าเสียงดังแค่นี้ รออีกสมัย เอาใหม่เบอร์อะไร (27) เอาล่ะ อย่างนี้แหละครับ และเขตอื่น ๆ เช่นเดียวกัน นั่นคือประเด็นที่เป็นประเด็นก่อนสุดท้ายที่ผมทิ้งท้ายไว้ เพราะสุดท้ายจริง ๆ ผมยังกังวลอยู่นะ มันเหลือเวลาอีก 24 วัน 20 เฮ้ยไม่ถึง 20 กว่าวันแล้ว คือมันเข้าสู่ช่วงที่คนเริ่มไม่สนกระแส แต่หันไปสนกระสุน เข้าใจมั้ยครับ ที่บอกกับผม ตะโกนไม่เอาทุนเทา ไม่เอาทุนเทา พอกระสุนสีเทามา เอาหรือไม่เอา เสียงแตกแล้ว เมื่อกี้ตะโกนเหมือนกันหมด เอาหรือไม่เอา เอาแต่ไม่เลือก แล้วถ้ามันมาเป็นชุดล่ะไม่ใช่ใบเดียว เอาแล้วเลือกหรือเปล่า ผมบอกเลย ถ้าใครเอากระสุนมาตอนนี้นะ สีเทานะ บอกใบเดียวเนี่ยนะ บอกกลับไปเลยบอกมาดูซะก่อนอภิสิทธิ์มาประชาธิปัตย์มาปราศรัยคนเยอะอย่างงี้ใบเดียวไม่พอ พอเอามา 2 ใบก็ต้องบอกอีกไปดูซะก่อน ดูรองภาคใต้ผมเนี่ย ทำโพลกระฉูดขึ้นมาแล้วเนี่ย ตอนนี้น่าจะทะลักจากชุมพรเข้าสู่ประจวบฯ กำลังจะไล่มาถึงเพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร 2 ใบก็ไม่พอ ทำไปเรื่อย ๆ ครับจนมันล้นเลย แล้วก็บอกถ้าคุณโง่ขนาดนั้นน่ะไม่เลือกหรอก ให้มาทำไม เพราะที่นี่ต้องการการเมืองสุจริต

ผมกราบขอบพระคุณพี่น้องครับ เป็นกำลังใจให้กับพวกเราจริง ๆ นะครับ วันที่ 8 กุมภา เรารู้แล้วกา 2 เบอร์ บัตรสี ทำไมต้องเอาผมก่อนเขาอยู่เรื่อย บัตรสีเขียว เบอร์ (2) บัตรสีเขียว เบอร์ (2) บัตรสีชมพู เบอร์ (27) โอ้โห ถ้าอย่างนี้ ผมมั่นใจแล้วครับ กราบขอบพระคุณพี่น้องครับ สวัสดีครับ

#ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTH

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา