
คำต่อคำการปราศรัย “ทัวร์ไทยหายจน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการเมืองสุจริต” จ.สุโขทัย
คำต่อคำการปราศรัย “ทัวร์ไทยหายจน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการเมืองสุจริต”
ณ ลานหน้าอ่างเก็บน้ำเขาหลวง ท่าดินแดง ต.ศรีคีรีมาศ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย
โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569
กราบสวัสดีพี่น้องสุโขทัยที่เคารพรักทุกท่านนะครับ ผมอาจจะหายหน้าหายตาไปสักพักนึง เพราะว่าไม่ได้อยู่ในการเมืองในช่วง 2-3 ปีหลัง แต่ก่อนหน้านี้ นี่มาสุโขทัยหลายต่อหลายครั้ง มาแล้วก็… ตามคำเชิญของท่านอดีต สส. สัมพันธ์ (ตั้งเบญจผล) ส่วนใหญ่มาทีไร ก็คือพี่น้องเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วมนะเวลามาสุโขทัย จนบางทียังบอกเลยว่า ถ้าน้ำไม่ท่วม นี่จะให้มามั้ย (เสียงหัวเราะ) ทราบดีว่าพี่น้องชาวสุโขทัยก็มีปัญหาหลายปัญหา นอกเหนือจากที่ได้รับฟังจากหลาย ๆ ท่านที่ได้พูดไปแล้วนะครับ แต่อยากจะเริ่มต้นว่า ผมกลับมาครั้งนี้ ความตั้งใจแรกเลย ก็คือสิ่งที่เลขานุการพรรค คุณชัยวุฒิ (บรรณวัฒน์) พูดกับพวกเราเมื่อสักครู่นี้ ก็คือผมอยากกลับมาทำให้ “บ้านเมืองของเรา เป็นบ้านเมืองสุจริต”
เพราะที่ผ่านมานี่ ช่วงที่ผมไม่ได้อยู่การเมือง ผมเจอใครที่ไหน กรุงเทพฯ เหนือ ใต้ อีสาน ทุกคนบ่นกับผมว่าทำไมการเมืองมันมีแต่เรื่องทุจริต มันมีแต่เรื่องของการที่ไปตกลงอะไรกันก็ไม่รู้ แล้วประชาชนประเทศชาติอยู่ตรงไหน วันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง เหลือเวลาอีกไม่ถึง 20 วันแล้ว พี่น้องต้องช่วยกันนะครับ อย่าให้เรื่องการเมืองเป็นเรื่องของการเอาเงินมาซื้อ เพราะถ้าเขาซื้อไปแล้ว เมื่อกี้คุณชัยวุฒิบอกแล้ว ใครมาซื้อเสียงพวกเราไป เขาจะไม่รู้สึกเลยว่าเป็นหนี้บุญคุณเรา ก็จบกันไป ผมก็ไม่รู้เดี๋ยวนี้เขาให้เท่าไหร่… (เสียงคนฟัง: เป็นพัน) เป็นพัน…
ลองคิดดูสิครับ 4 ปี พันหนึ่ง วันละไม่ถึงบาทเนาะ คุ้มมั้ยครับกับการที่เราสูญเสียอะไรหลายอย่าง แล้วเพราะการทุจริตคอร์รัปชันนี่แหละ สูญเสียมหาศาล ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเราอยากได้มานาน มันก็ไม่เกิดขึ้นสักที เดี๋ยวนี้มันร้ายยิ่งกว่าเดิม ก็คือเดี๋ยวนี้มันมีสิ่งที่เขาบอกว่าเป็น “ทุนเทา” มาจากสแกมเมอร์ รู้จักสแกมเมอร์กันมั้ย ใครเคยถูกหลอกมั้ย มีมั้ยครับ ใครรู้จักคนถูกหลอกบ้าง ที่เขาโทรศัพท์มาหลอกให้โอนเงินบ้าง… (พยักหน้า) พยักหน้า ถูกหลอกเองรึ แต่รู้จักคนถูกหลอก แล้วมีบ้างมั้ยเข้ามาในโทรศัพท์เรา… อ้า นี่ร้ายกาจมาก มันหลอกคนทั่วโลก แล้วก็เอาเงินเนี่ยมาซื้ออำนาจ ซื้อไปทำไม ซื้อไปแล้วจะได้มั่นใจไงครับว่าไม่ถูกจับ ไม่ถูกดำเนินคดี ต่างประเทศนี่เขารังเกียจมาก ไล่ยึดทรัพย์ ไล่ดำเนินคดี ประเทศไทยเรานี่โลกเขามองว่าช้ามาก ทั้ง ๆ ที่หลายเรื่องก็มีความชัดเจน หรือหลักฐานเกี่ยวกับการโอนเงิน เส้นทางเงิน นี่ผมกลับมาคุณกรณ์ (จาติกวณิช) ก็เอาหลักฐานพวกนี้ไปยื่น แต่ทุกอย่างช้ามาก
เราอยู่แบบนี้ไม่ได้หรอกครับ เราต้องทำให้บ้านเมืองเรากลับมาเป็นบ้านเมืองที่สุจริต เพื่อที่จะได้มีรัฐบาล มีผู้แทนที่เข้าไปทำงานให้กับพวกเราจริงๆ ปัญหาหลายปัญหาที่ไม่ได้พูดมาเรื่องน้ำ เราก็มีแนวทางที่จะทำให้ ซึ่งเงินก็มักจะมาช้า นี่คือสิ่งที่เราคิดนะครับ แต่ว่าหลายเรื่องที่พูดมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นสิ่งที่ผม เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ เราสนใจมาโดยตลอด อย่างผู้สูงอายุ ความจริงเมื่อกี้ สัมพันธ์ (ตั้งเบญจผล) พูดเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว สัมพันธ์ อายุเท่าไหร่ละ… (65-66 แล้ว) ก็นี่ก็รอเบี้ยยังชีพเหมือนกัน ผมก็ 61 แล้วครับ… โอ้ ทำไมครับ ไม่เชื่อใช่มั้ย (เสียงหัวเราะ)
พวกเราคิดเรื่องนี้ จำนายกฯ ชวน หลีกภัย ได้มั้ย พรรคประชาธิปัตย์ 30 ปีที่แล้ว เป็นคนแรกที่บอกว่าผู้สูงอายุน่าจะต้องมีเบี้ยยังชีพนะ ท่านก็ตัดสินใจให้ 200 บาท ท่านกลับมาเป็นนายกฯ อีกที ปี 40 ท่านเพิ่มเป็น 300 ต่อมาพลเอกสุรยุทธ์ (จุลานนท์) มาเป็นนายกฯ เพิ่มให้เป็น 500 แต่ปัญหาขณะนั้นก็คือ 200 300 500 เนี่ย ไม่ได้ได้ทุกคน ถ้าใครจำได้ยุคนั้น ก็ต้องให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นมาเป็นคนบอกว่าคนไหนจะได้ คนไหนจะไม่ได้ มีโควตา ตอนผมเป็นนายกฯ ผมบอกว่ามันน่าจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ทุกคนควรจะได้ ก็จึงเป็นรัฐบาลที่อนุมัติให้มีเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงวัยทุกคน 500 บาท
ปัจจุบันเขาก็มาเพิ่มเป็นขั้นบันไดใช่มั้ยครับ ไหน ๆ ใครรับเบี้ยยังชีพอยู่บ้างยกมือสิครับ… โห ที่นี่ทำไมหนุ่มสาวเยอะจัง ใครรับ 600 บาท ยกมือ… ใครรับ 700 บาท ยกมือ… 800 บาท… อ้อ มีแข็งแรงอยู่หลายคนนะ 1,000… รออยู่ รออยู่ (เสียงหัวเราะ) ถ้าถามผมนะ วันที่ผมอนุมัติ 500 เนี่ย ผมก็ถูกต่อว่าเยอะ 500 พอมั้ย มันไม่พอหรอก แต่เราไม่สามารถให้ได้เยอะ ๆ ถ้ารัฐบาลไม่ค่อยมีสตางค์ ตอนนั้นก็คำนวณว่า 500 ไหว ตอนนี้เขาก็ทำเป็นขั้นบันได 2 ปีที่แล้วมีเลือกตั้ง ผมไม่ได้ลงสมัคร ผมจำได้ว่าบางคนมาหาเสียงบอกจะให้ตั้ง 3,000 จำได้มั้ย… อ้า แล้วเขาก็บอกว่าโอ้โห ลูกหลานนี่โทรศัพท์กลับมาเลยนะ อยากได้ 3,000 ต้องเลือกพรรคนั้นอ่ะ สุดท้ายก็ยังไม่มีใครได้ 3,000 และวันนี้ผมก็เข้าใจว่าไม่มีพรรคไหนพูดว่าจะให้ 3,000 ได้ เพราะ… อาจจะมีบางพรรคนะครับแต่ว่าน้อยละ เพราะอะไรครับ เพราะเงินมันไม่พอ ผมก็ต้องนั่งคำนวณอยู่นี่แหละกับคุณสาทิตย์ (วงศ์หนองเตย) คุณกรณ์ (จาติกวณิช) บอก แล้วเราจะทำได้สักเท่าไหร่ สรุปสุดท้ายตอนนี้ก็คือ เรายืนยันว่าถ้าเป็นรัฐบาล เราเป็นแกนนำ 1,000 บาท ถ้วนหน้าทุกคน
แล้วเราก็บอกว่า ถ้าให้โอกาสเราบริหารเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจมันกลับไปดี โตเหมือนกับในอดีต มันจะสามารถค่อย ๆ เพิ่มขึ้นได้ นี่คือเรื่องแรกที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ แต่เราจะทำมากกว่านั้น เมื่อกี้ผมก็เพิ่งรับโจทย์ใหม่มานี่ เรื่องเบาหวานเนี่ย ยังไม่ได้คิดนะครับว่าจะทำอย่างไร เพราะตอนนี้ต้องยอมรับว่าโรคค่าใช้จ่ายสูงเนี่ย มันมีทั้งเบาหวาน ทั้งโรคไตนะครับ ซึ่งจะต้องไปดูในเรื่องของสิทธิการรักษาพยาบาลเป็นหลัก แต่เราก็ยังคิดถึงปัญหาของผู้สูงวัย ทราบมั้ยครับว่าแต่ละปีเนี่ย มีผู้สูงอายุล้ม ปีละหลายล้านคน แล้วหลายคนนี่ใครมีพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย จะทราบนะครับว่า ล้มทีนึงเป็นเรื่องใหญ่มาก แล้วหลายครั้งก็แทบจะเรียกว่ารวนไปเลยร่างกาย ดังนั้นเรามีอีกนโยบายครับเที่ยวนี้ บ้านไหนมีผู้สูงอายุ อายุเกิน 70 ปี แล้วต้องการที่จะปรับสภาพบ้านให้ปลอดภัยมากขึ้น เช่น มีราวจับ ปรับปรุงห้องน้ำ ทำประตูเลื่อน หรืออะไรก็แล้วแต่ เราจะให้เงินช่วยเหลือ 50,000 บาท
นอกจากนั้นครับ ผู้สูงอายุมีความทุกข์อีกอย่างก็คือหลายคนต้องไปทำฟัน คิวมันยาว ข้าว อาหารอร่อย ๆ ก็อยากเคี้ยว แต่ต้องรอคิวยาว เราจะมีนโยบายว่าต่อไปผู้สูงอายุทำฟันนี่ เรารัดคิวให้ ดีมั้ยครับ… อ่า นี่แหละนโยบายของผู้สูงอายุที่เรากำลังจะมานำเสนอในการเลือกตั้งครั้งนี้ และถ้าได้เป็นรัฐบาลก็จะสามารถเริ่มต้นได้ เพราะคำนวณหมดแล้วว่าใช้เงินงบประมาณมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ทีนี้ย้อนกลับมาเรื่องเกษตร จริง ๆ แล้วรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย ก็พูดเรื่องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ แล้วก็หลายยุคหลายสมัย ทำแล้วก็เกิดปัญหา เกิดปัญหาเรื่องการทุจริต เรื่องสต็อกข้าว สต็อกมัน จนกระทั่งตอนผมเป็นนายกฯ จึงได้บอกว่าเอาอย่างนี้สิ ใครเป็นเกษตรกร ทำการเกษตร อย่าให้เขาขาดทุน ต้นทุนเท่าไหร่ เขาควรจะมีรายได้เท่าไหร่ ถ้าขายสินค้า ขายผลิตภัณฑ์ ขายข้าว ขายมัน ขายข้าวโพดแล้วมันได้ไม่ถึงระดับนั้น รัฐบาลก็จ่ายเงินเพิ่มให้ที่เราเรียกว่า ประกันรายได้
นโยบายนี้ก็ช่วยพี่น้องได้เป็นอย่างดี ตอนหลังก็เริ่มหายไปอีกละ ผมก็ยืนยันว่าเที่ยวนี้เอากลับมา อย่างข้าวก็คือจะประกันไว้ที่ 10,000 บาท แปลว่าขายได้ต่ำกว่า 10,000 รัฐบาลก็จ่ายเงินเพิ่มจนเกษตรกรได้ 10,000 นอกจากนั้นเที่ยวนี้ เรายังจะมีการจ่ายล่วงหน้า คือมาช่วยเรื่องของต้นทุน ตั้งแต่ต้นฤดูกาลเพาะปลูกให้ไปก่อนเลย 1,000 บาท นี่คือนโยบายที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอีกครั้งหนึ่ง แต่จะไม่หยุดแค่นี้นะครับ เราจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุน ในการที่จะปรับปรุงเรื่องการทำนา ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเยอะมาก แต่พี่น้องเกษตรกรหลายคนเข้าไม่ถึง ไม่มีเงินลงทุน เราก็จะใช้วิธีให้มีหน่วยงานอาจจะเป็นท้องถิ่น อาจจะเป็นสหกรณ์ อาจจะเป็นสภาเกษตรก็ได้ที่รวมตัวกัน มีเครื่องไม้เครื่องมือให้พี่น้องเกษตรกรสามารถยืมไปใช้ เพื่อปรับปรุงผลผลิต แล้วเราก็จะปรับปรุงเรื่องของสหกรณ์ ให้สามารถมีประสิทธิภาพทำธุรกิจได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มราคา และเราตั้งเป็นเป้าหมายว่าทุกอย่างที่พี่น้องปลูก ต้องนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ราคาสินค้าต่าง ๆ ที่พี่น้องขายจะได้ดีขึ้น นี่คือเรื่องของเกษตรกร
ตอนนี้รู้สึกหลายคนเริ่มร้อนละ จะได้รีบมาซีกนี้บ้างนะ เพราะซีกนี้ตอบหมดแล้ว ก็ต้องบอกว่ากรณีของคนพิการ สมัยที่ผมเป็นนายกฯ ผมนี่เป็นคนที่ไปแก้กฎว่าบริษัท โรงงานอะไรต่าง ๆ ผู้ประกอบการ ถ้าจ้างคน 100 คน ต้องมีคนพิการอย่างน้อย 1 คน ถ้าไม่จ้างต้องเสียค่าปรับ ปรากฏว่าหลังจากที่ผมทำเรื่องนี้ กองทุนเงินคนพิการมีเงินเยอะมาก น่าจะเป็นหมื่นล้าน แต่ปรากฏว่าเอามาใช้ได้น้อย ผมก็จะต้องกลับไปแก้เรื่องนี้ ให้เอาเงินตรงนี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับคนพิการ ที่สำคัญก็คือจริง ๆ คือเราไม่ได้อยากให้เขาเสียค่าปรับหรอก เราอยากให้จ้างคนพิการ เพราะฉะนั้นเราจะทำระบบข้อมูลใหม่ ให้รู้ว่าคนพิการอยู่ที่ไหนบ้าง และความต้องการจ้างงานคนพิการอยู่ที่ไหนบ้าง แต่อย่างไรก็ตามเรื่องเบี้ยคนพิการ เมื่อกี้บอกว่า 800 อยากจะได้เป็น 1,000 นึง ผมไม่ให้นะ ผมให้ 1,600 และถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปัจจุบันได้ 1,000 ก็จะได้เป็น 2,000 นะครับ อันนี้คือสิ่งที่เราได้คำนวณแล้วว่าเป็นไปได้
ทีนี้ก็สุดท้าย มาถึงคุณนกน้อย ผมก็เป็นห่วงอยู่เพราะเมื่อกี้บอก 8 เดือนกว่า คือมันเลือกตั้ง 8 กุมภาฯ ผมกลัวรัฐบาลมันคลอดทีหลัง เดี๋ยวต้องไปคิดแล้วจะทำอย่างไรจะช่วยคุณนกน้อย เพราะความตั้งใจเราคืออย่างนี้ คือเด็กเกิดน้อยจริง ปีที่แล้วเด็กไทยเกิด 410,000 คน คนตายประมาณ 500,000 นะปีนึง แปลว่าเดี๋ยวนี้คนไทยแต่ละปี ตายมากกว่าเกิด ประชากรก็ลดลง ๆ ๆ ถามผมว่าทำไงให้ประชากรเพิ่มขึ้น ผมบอกตรง ๆ นะเรื่องนี้ ผมเคยคุยกับประเทศที่เขาเจอปัญหาแบบนี้มา สารภาพจริงๆ ยังไม่เคยเจอประเทศไหนประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ที่จะทำให้คนเกิดมากขึ้นนะครับ เมื่อกี้ใครบอกขาดพ่อพันธุ์ใช่มั้ย (เสียงหัวเราะ) ไม่รู้ต้องนำเข้าหรือเปล่า แต่ประเด็นเป็นอย่างนี้ครับไม่เป็นไร ถ้าเด็กเกิดน้อยลง เราต้องดูแลว่าเด็กเกิดมาแล้ว มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นต้องเริ่มต้นตั้งแต่การให้คำปรึกษาต่าง ๆ ผมก็หวังว่าเรื่องไอโอดีน เรื่องอะไรต่าง ๆ มีคนดูแลอยู่
แต่สำคัญก็คือว่า เมื่อเด็กเกิดมาแล้ว เราอยากให้แม่ดูแลเด็กใกล้ชิด ให้นมแม่ดีที่สุด แต่แม่พอมาดูแลเด็กเป็นไงครับ ก็สูญเสียรายได้ ทำมาหากินไม่ได้ เพราะฉะนั้นนโยบายประชาธิปัตย์ก็คือว่า แรกเกิดรับไปทันที 5,000 แล้วปีแรกให้ทุกเดือน เดือนละ 5,000 เป็น 65,000 บาท ในปีแรก คุณนกน้อยก็จะได้ดูแลลูกได้เต็มที่ แล้วลูกที่เกิดมา ตั้งชื่อยังเนี่ย… ก็จะได้อาหาร ได้หลายสิ่งหลายอย่าง ที่ควรจะได้เพื่อเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ ที่กลัวอยู่ตอนนี้คือว่า กลัวคลอดก่อนรัฐบาลประชาธิปัตย์ เดี๋ยวต้องไปกำหนดกติกาเนอะ เอาเป็นว่าเกิดปีนี้ก็แล้วกันนะ ขืนเกิดหลังรัฐ… เกิดก่อนรัฐบาลแล้วไม่ได้เนี่ย เดี๋ยวคุณนกน้อยจะว่าเอา เดี๋ยวจะต้องไปดูหน่อยว่าจะทำยังไง แต่จริง ๆ ไม่ได้หยุดแค่นั้นด้วย เพราะเมื่อกี้มีการพูดว่าพอเด็กโตขึ้นก็ต้องมีการศึกษาที่ดี จริง ๆ ประชาธิปัตย์ก็ทำเรื่องเรียนฟรีมานั่นแหละ ตั้งแต่ 6 ปี เป็น 9 ปี 12 ปี จน 15 ปี แต่ก็ยังมีปัญหาทุกวันนี้คือมันไม่ฟรีจริง โรงเรียนชอบ… เขาก็ไม่ได้ชอบหรอกแต่เงินเขาไม่พอ เขาก็ต้องมาหาทางในการเก็บเงินเพิ่ม จ้างบุคลากรบ้าง มีครูสอนพิเศษบ้าง แล้วก็มีต้นทุนอื่นของพี่น้องเรื่องอาหาร เรื่องค่าเดินทาง งั้นนโยบายเที่ยวนี้กลับมานี่ คือจะต้องมาต่อตรงนี้ว่าให้เรียนฟรีจริง ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงนะครับ นี่คือสิ่งที่จะทำ
แต่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่า ลูกคุณนกน้อยเกิดมา ถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นอกจากปีแรกได้ 65,000 แล้วนะครับ เราจะเปิดบัญชีให้เด็ก บังเอิญยังไม่ตั้งชื่อ ผมก็ไม่รู้ชื่อบัญชีอะไร แต่เราจะใส่เงินให้เดือนละ 500 บาท แต่เอาไปใช้ไม่ได้นะ แต่พอลูกคุณนกน้อยอายุ 18 เขาจะมีเงินในบัญชีเขา 100,000 บาท พอดี ก็จะได้สามารถเอาไปตั้งตัวได้ หรือถ้าอยากจะเรียนอะไรเพิ่มเติม หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะมีโอกาสที่ดีขึ้น ถ้ากู้ยืมเงินจาก กยศ. เราก็จะยังช่วยว่าทำยังไงหางานให้ทำแล้วก็ทำงานใช้หนี้ ผมเลยอยากจะบอกว่า คือตอนนี้เห็นทุกคนแบบร้อนขึ้นเรื่อย ๆ นะ อยากจะบอกอย่างนี้ครับว่า พี่น้องมั่นใจประชาธิปัตย์ได้อย่างนึง คือเรื่องเหล่านี้ เราไม่ได้เพิ่งมาพูดตอนหาเสียง เราทำมาแล้ว และที่เราทำมาเพราะพวกเรามาอยู่พรรคนี้ เราคิดตรงกัน และใจเราก็ตรงกัน คือเรามองว่าตั้งแต่เกิดจนตาย อย่างน้อยต้องช่วยให้พี่น้องมีชีวิตที่มีความมั่นคงระดับหนึ่ง ไม่ใช่ว่ารัฐมาเลี้ยงดูทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่หรอกครับ ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ผมเชื่อว่าก็หลายคนก็คิดในใจว่ายังไงก็ยังไม่พอ แต่ที่สำคัญก็คือว่าอย่างน้อยต้องช่วยเหลือกัน ลงทุนเรื่องคน เรื่องเด็ก ให้ทุกคนมีการศึกษาฟรีเพื่อจะมีโอกาสในการทำงาน เป็นคนพิการก็ต้องมีการช่วยเหลือ มีเบี้ย พยายามหางานให้ และจริง ๆ ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลที่เคยออกมติ ครม. เรื่องการปรับปรุงอาคารสถานที่ต่าง ๆ ของราชการว่าต้องมีทางลาด ต้องให้ผู้ที่… เป็นผู้พิการหรือแม้กระทั่งผู้สูงวัย ใช้สถานที่เหล่านี้ได้สะดวก ซึ่งเราก็จะต่อยอดขยายต่อไป และแน่นอนเมื่อแก่เฒ่านะครับ ก็พอมีรายได้มาสนับสนุน
ทั้งหมดนี้เป็นจริงได้ ถ้าเราได้มีโอกาสไปเป็นรัฐบาลนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ต้องขอกันเลยว่า อยากจะได้สิ่งเหล่านี้และอยากได้บ้านเมืองสุจริต ช่วยสนับสนุนพวกเราให้เข้าไปทำสิ่งนี้ ซึ่งเมื่อกี้ถามไถ่กันไปแล้วรู้กันหมดแล้วใช่มั้ย ประชาธิปัตย์เบอร์… (27) เบอร์… (27) เบอร์… (27) พอมั้ย 27 มันไม่พอ ทำไมไม่พอ เลือก 27 27 27 กันทั้งเขตเลยนะ ผมยังได้ สส. ไม่ถึง 1 คนเลย ต้องช่วย สส. เขตด้วย เอ้า สส. เขตนิดหนึ่ง เบอร์อะไร… (เบอร์ 1) เบอร์อะไร… (เบอร์ 1) เบอร์อะไร… (เบอร์ 1) (เขต 1 เบอร์ 2 แล้วคุณจะให้เขาสับสนทำไมเล่า) ใครอยู่เขต 2 ยกมือ… อ้าว ไม่รู้ไม่แน่ใจ เห็นมั้ย เขตนี้เขต 2 เบอร์ 1 แต่ใครอยู่เขต 1 เลือกเบอร์ 2 คือไอ้ผมก็ไม่เข้าใจจับยังไงไม่ตกลงกันให้ดีให้มันได้เบอร์เดียวกัน แต่ว่าสำคัญนะครับ ประชาธิปัตย์จะไปทำงานเหล่านี้ได้ ต้องมี สส. มากพอ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาครับให้โอกาสเราครับ บัตรสีชมพูเบอร์ 27 บัตรสีเขียวเขตนี้เบอร์ 1 แล้วเราจะเข้าไปทำสิ่งเหล่านี้ ทำให้ไทยหายจนครับ ขอบคุณครับ
ผู้ดำเนินรายการ: “ท่านนายกฯ ครับ เดี๋ยวก่อน มีคนจะถาม… นี่เลยป้า เสียงป้าเนี่ยไม่ต้องใช้ไมค์เลยผมว่าเนี่ย อะ เอาไมค์ซักหน่อย ประกาศชื่อตัวเองนิดหนึ่ง
ทองใบ: “ชื่อทองใบ กฤตชิต จ้ะ อยากถามเรื่องมันสำปะหลัง ชาวไร่มันไม่เคยได้ส่วนต่างอะไรเลย ชาวนาได้ทุกปี ท่านบอกรัฐบาลไว้เลย มันสำปะหลัง… เวลานี้ 2 บาท 50 ก่อนจะได้นี่เน่าไปหมดแล้ว ปีนี้ฝนตกมันก็เน่า มันสำปะหลัง 2 บาท 50 นี่ 3 บาท 50 ไม่ได้บ้านฉันนะ
อภิสิทธิ์: คืออย่างนี้ครับ ไม่ต้องห่วงครับ ไม่เลือกปฏิบัติแน่นอน เพราะตอนที่ผมเริ่มเรื่องนี้ มี 3 อย่าง คือ ข้าว มัน กับข้าวโพด แต่ว่าสมัยผมอยู่ ราคามันดี เลยไม่ได้จ่าย แต่ตอนนี้ราคาไม่ดี ก็ต้องจ่าย
ทองใบ: ข้าวโพดก็ไม่ดี ปีนี้ฉันทำอะ…
อภิสิทธิ์: เอ้า เพราะฉะนั้นเดี๋ยวรับไปหมดนะครับ เพราะตอนนี้เรามีทั้งข้าว มัน ข้าวโพด ยาง ปาล์ม ดูแลอย่างทั่วถึงครับ
ทองใบ: ไม่ทั่วถึงเลยรัฐบาลก่อน ๆ อ่ะ ได้แต่ข้าวน่ะ มันไม่เคยได้อ่ะ
อภิสิทธิ์: อันนั้นมันก่อน ๆ
ทองใบ: จ้า … นี้ก็บอกไว้ให้รู้ไง กลัวจะเป็นเหมือนกันหมดไง
อภิสิทธิ์: อ้า… รู้แล้ว ๆ ทีนี้รู้แล้วครับ ขอบคุณครับ ครับ ขอบคุณครับ
ผู้ดำเนินรายการ: เอาว่านายกฯ อภิสิทธิ์รับแล้ว รัฐบาลก่อน ๆ ไม่ให้ไม่เป็นไร แต่รอบหน้าถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์อภิสิทธิ์ มันสำปะหลัง ประกันรายได้แน่นอน ป้าทองใบ ชัวร์นะ สรุปว่าวันที่ 8 กุมภา กาเบอร์ 27 ชัดเจน!
