“กรณ์” เสนอญัตติด่วน ขอให้สภาหามาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน

“กรณ์ จาติกวณิช” อภิปรายญัตติด่วนชำแหละวิกฤตพลังงาน แฉกลไก “3 ตลาด” ทำน้ำมันรั่วไหลเข้าภาคอุตสาหกรรม ชี้รัฐบาลบริหารผิดพลาดปล่อย “ไอ้โม่ง” สูบกำไรค่าการกลั่น 3 เท่า พร้อมเสนอสูตรลดราคาทันที 9 บาทต่อลิตร ด้านค่าไฟจี้ทบทวนโครงสร้างเอื้อนายทุน ย้ำประชาชนไม่ยอมรับภาระค่าแก๊สพุ่งแต่เอกชนรวยขึ้น

นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอญัตติด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน โดยระบุว่าความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้ไม่ได้มาจากวิกฤตต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงสร้างราคาน้ำมันที่บิดเบี้ยว

ชำแหละโครงสร้าง 3 ตลาด ต้นเหตุน้ำมันขาดแคลน

นายกรณ์ ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนเกิดจากการที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการ “น้ำมัน 3 ตลาด” ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1. ตลาดหน้าปั๊ม (ได้รับการชดเชยราคาต่ำสุด) 2. ตลาดขายส่งผ่านจ๊อบเบอร์ (Jobber) และ 3. ตลาดน้ำมันเขียวสำหรับประมง

“ความล้มเหลว คือรัฐปล่อยให้ผู้ซื้อภาคอุตสาหกรรมที่ควรซื้อจากจ๊อบเบอร์ แห่มาเบียดบังซื้อน้ำมันหน้าปั๊มเพื่อเอาส่วนต่างการชดเชยลิตรละกว่า 20 บาท รัฐบาลต้องตอบว่าจะรับผิดชอบอย่างไรที่ปล่อยให้ประชาชนต้องแบกหนี้กองทุนน้ำมันแทนภาคอุตสาหกรรมในอนาคต”

จี้หา “ไอ้โม่ง” – ติงรัฐบาลรักษาการไม่ใช่ข้ออ้าง

นายกรณ์ ยังระบุถึงภาวะขาดสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันกว่า 2 หมื่นล้านบาท ที่ยังไม่มีมติ ครม. อนุมัติให้กู้เงินมาชดเชย ทำให้โรงกลั่นลดการส่งน้ำมันจนเกิดปัญหาขาดแคลน พร้อมโต้แย้งคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าเกิดจากการกักตุนของประชาชน

“กักตุนจริงคือ ‘ไอ้โม่ง’ รัฐบาลรู้ว่าโรงกลั่นผลิตเท่าไหร่ แต่ส่งไม่ครบ แล้วน้ำมันหายไปไหน ข้อมูลอยู่ในมือรัฐแต่กลับให้ตำรวจไปขอเบาะแสจากประชาชน ซึ่งน่าเศร้ามาก การเป็นรัฐบาลรักษาการไม่ใช่คำอธิบายที่ดีพอในสภาวะวิกฤตเช่นนี้”

แฉกำไร 2 เด้ง “สต็อก-ค่าการกลั่น” 3 เท่า

ในด้านราคา นายกรณ์ตั้งคำถามถึงการส่งสัญญาณ “ลอยตัวดีเซล” ว่าจะปล่อยให้ราคาพุ่งถึง 50 บาทต่อลิตรจริงหรือไม่ พร้อมแฉความล้มเหลว 2 ประเด็นหลัก คือ 1. รัฐไม่ตรวจสต็อกน้ำมัน ปล่อยให้โรงกลั่นฟันกำไรจากสต็อกราคาถูกโดยประชาชนรับภาระ และ 2. ปล่อยให้ค่าการกลั่นสูงกว่าปกติถึง 3 เท่า

“สูตรค่าการกลั่นปัจจุบันคือสูตรสมมติที่บวกค่าขนส่งจากสิงคโปร์ ทั้งที่โรงกลั่นอยู่ในไทย รัฐบาลต้องจี้ข้อมูลต้นทุนจริงและทบทวนสูตรนี้ทันที เพราะเป็นต้นเหตุทำให้น้ำมันแพงเกินควร”

เสนอสูตรลดราคา 9 บาท – รัฐต้องนำร่องประหยัด

นายกรณ์ เสนอทางออกเร่งด่วน โดยให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตลง 6 บาท (จากปัจจุบัน 6.95 บาท) และดึงกำไรลาภลอย (Windfall Tax) จากโรงกลั่นมาช่วยกองทุนน้ำมันอีก 3 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงทันที 9 บาทต่อลิตร

“นายกฯ บอกประชาชนให้ประหยัด แต่ภาษี 6.95 บาท ไม่เคยลดลงแม้แต่สตางค์เดียว รัฐบาลต้องริเริ่มการประหยัดก่อน ประชาชนมีความต้องการใช้เงินมากกว่ารัฐบาลเสียอีก”

ชี้โครงสร้างค่าไฟ “เอื้อนายทุน” ทิ้งภาระให้คนไทย

สำหรับประเด็นค่าไฟฟ้า นายกรณ์ยอมรับว่าราคา LNG พุ่งขึ้น 100% จากสงคราม แต่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้คือ “โครงสร้างการซื้อไฟ” ที่เอื้อให้เอกชนมีกำไรมากขึ้นเมื่อต้นทุนแก๊สสูงขึ้น

“เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ราคาแก๊สสูงขึ้น ประชาชนเดือดร้อน แต่สูตรซื้อไฟกลับทำให้เอกชนและผู้นำเข้ามีกำไรเพิ่มขึ้น ประชาชนจะไม่ยอมรับโครงสร้างที่ทิ้งภาระให้ประชาชนแบบนี้ รัฐบาลต้องหยุดอ้างวิกฤตเพื่อปกป้องกลุ่มทุน และต้องออกมาพูดความจริงกับประชาชน อย่าให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาตอบแทนในเรื่องที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ” นายกรณ์กล่าวทิ้งท้าย

คำต่อคำ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการเสนอญัตติด่วน

เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหา

ผลกระทบจากวิกฤติพลังงานที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569

 

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ พวกเราที่เคยอยู่ในสภานี้มานานจะคุ้นเคยกับการอภิปรายญัตติด่วนกันมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันมีความต่างจากญัตติด่วนส่วนใหญ่ ตรงที่เป็นญัตติที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่พี่น้องประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบ เพราะพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนล้วนต้องใช้น้ำมัน พี่น้องประชาชนทุกคนต้องใช้ไฟฟ้า ทุกคนต้องจับจ่ายใช้สอย พี่น้องเกษตรกรต้องใช้ปุ๋ย ชาวสวนมะพร้าว ชาวสวนมะม่วง ที่วันนี้เดือดร้อนอย่างหนักต้องใช้น้ำมันในการขนส่งผลผลิตของตนไปสู่ตลาด

ท่านประธานครับมันมีความพยายามที่จะอธิบายว่า วิกฤตที่พี่น้องประชาชนต้องประสบวันนี้ จริง ๆ ต้นตอปัญหา เกิดขึ้นจากที่สหรัฐอเมริกา อิสราเอล อิหร่าน เขารบกันในตะวันออกกลาง แต่ผมอยากจะบอกนะครับว่า จริงอยู่ สงครามในตะวันออกกลางส่งผลทำให้ทุก ๆ ประเทศในโลกได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน แต่ความวุ่นวายความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทย อยู่ในระดับที่เรียกว่าเทียบไม่ได้เลยครับ เมื่อเทียบกับทุก ๆ ประเทศ ซึ่งผมอยากจะบอกกับท่านประธานไปสู่รัฐบาลว่า นี่คือประเด็นปัญหามีที่มาจากการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ล้มเหลว การแก้ปัญหาที่ล้มเหลว นำมาสู่ทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน

วันนี้อยากจะบอกเพิ่มเติมนะครับว่า โชคดีที่เป็นการอภิปรายญัตติพิจารณาเรื่องของปัญหาวิกฤตพลังงาน ไม่ได้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมเชื่อเลยครับด้วยระดับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนวันนี้ ถ้าเรากำลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อน สส. รวมไปถึงเพื่อน สส. ในฝั่งรัฐบาล หลายท่านจะต้องลำบากใจครับ ที่จะต้องยกมือแสดงความไว้วางใจในแนววิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาลในช่วง 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา เพราะพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของเขาก็เดือดร้อนเหมือนกับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของพวกเราในฝ่ายค้าน

วันนี้ผมอยากที่จะบอกว่าวัตถุประสงค์ของการอภิปรายของเราไม่ใช่เป็นการไม่ไว้วางใจแต่เป็นการที่จะสะท้อนปัญหาเป็นการที่จะเสนอแนะข้อมูลและขออนุญาตที่จะให้คำแนะนำ ผ่านท่านประธานไปสู่รัฐบาลเพื่อนำไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ผมจะขอพูดถึง 2 เรื่องเป็นหลัก เรื่องปัญหาน้ำมัน กับเรื่องประเด็นปัญหาไฟฟ้า แล้วผมขอเริ่มด้วยเรื่องของปัญหาน้ำมันก่อน ซึ่งก็มี 2 ปัญหา ประเด็นปัญหาความขาดแคลนที่วันนี้พี่น้องประชาชนต้องประสบ เช้าวันนี้พี่น้องประชาชนก็ยังต้องตื่นตั้งแต่ ตี 3 ตี 4 เพื่อไปยืนเข้าคิว รับบัตรคิวตามปั๊มน้ำมัน ด้วยความหวังที่สรุปสุดท้ายแล้วจะสามารถที่จะมีสิทธิ์ได้ซื้อน้ำมันคนละ 300-400 บาท นี่คือวิกฤตความขาดแคลน และแน่นอนที่สุดครับก็คือวิกฤตทางด้านราคา

ที่ผมบอกว่ารัฐบาล บริหารล้มเหลวทำให้น้ำมันขาดแคลนพี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนนั้น เพราะประเทศไทยนะครับเรามีทุกอย่างครบถ้วนจริง ๆ มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ท่านนายกฯ พูดเองนะครับ แล้วผมเชื่อว่าประเทศไทยเรานี้ มีน้ำมันเพียงพอใช้งานได้อีก 100 วัน นอกเหนือจากนั้นท่านประธานครับ เราเป็นประเทศที่มีโรงกลั่นของเราเอง มีโรงกลั่นขนาดใหญ่ถึง 6 โรง 5 ใน 6 มีรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดอีกต่างหาก กำลังผลิตของโรงกลั่นของเรา มีมากเกินกว่าความต้องการการใช้ภายในประเทศ เราจึงเป็นประเทศส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ทุก ๆ วันตามปกตินะครับ เราจะส่งออกถึงประมาณ 15% ของปริมาณการผลิต นอกจากการมีโรงกลั่นน้ำมันและมีน้ำมันดิบที่เพียงพอแล้ว เรามีปั๊มน้ำมันกว่า 5,000 ปั๊ม ยังไม่นับรวมปั๊มหลอดของชาวบ้าน มันจึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์ครับ ว่าเมื่อเรามีทุกอย่างครบถ้วนขนาดนี้ ทำไมประชาชนทุกวันนี้ถึงยังต้องเดือดร้อนซื้อน้ำมันไม่ได้

ผมถึงบอกครับ มันไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องของวิกฤตที่ที่มาจากต่างประเทศอย่างเดียว ไม่ได้เป็นปัญหาว่าเราไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะดูแลพี่น้องประชาชน มันเป็นปัญหาเรื่องของการบริหารจัดการ และความล้มเหลวในการบริหารจัดการที่จะทำให้ประชาชนสามารถซื้อน้ำมันได้นั้น มันมาจาก 4 ข้อหลัก

ข้อแรกนะครับ ก็คือข้อเท็จจริง ที่ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเอกนัฏ (พร้อมพันธุ์) ท่านว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เกริ่นมาเมื่อสักครู่ ข้อเท็จจริงคือ คลังน้ำมันของกลั่นไม่ส่งน้ำมันในระดับที่เพียงพอให้กับปั๊มน้ำมัน ท่านเอกนัฏพูดเมื่อสักครู่ว่า มันมีชุดข้อมูลที่ย้อนแย้งกันเพราะรัฐบาลสามารถยืนยันได้ว่า โรงกลั่นผลิตน้ำมันออกมาเท่าไหร่ และในขณะเดียวกันก็มีอีกชุดข้อมูลที่รัฐบาลวันนี้ยืนยันและยอมรับแล้วว่า โรงกลั่นไม่ได้ส่งน้ำมันครบถ้วนให้กับปั๊มน้ำมัน แต่ผมขอบอกครับว่า ตรงนี้มันไม่ใช่ความย้อนแย้งของข้อมูลมันกลับจะเป็นการยืนยันครับว่า “ไอ้โม่งมันมีจริง” ก็ในเมื่อรัฐบาลเห็นแล้วว่าโรงกลั่นผลิตน้ำมันเท่าไหร่ รัฐบาลรู้แล้วว่าโรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันครบถ้วนให้กับปั๊มน้ำมัน แล้วคำถามที่ประชาชนอยากที่จะมีคำตอบก็คือน้ำมันมันอยู่ที่ไหน สิ่งที่รัฐบาลขาดคือ data ข้อมูลการติดตามน้ำมันทุกหยดว่ามันไปที่ไหน และไปอยู่ในมือใคร

ล่าสุดผมเห็นข่าวนะครับว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ให้แจ้งเบาะแส เห็นแล้วผมมีความรู้สึกเศร้าครับว่า วันนี้ข้อมูลที่ควรจะอยู่ในมือรัฐบาลเป็นคนบอกประชาชนเองว่าน้ำมันอยู่ที่ไหนรัฐบาลต้องหันมาขอความร่วมมือจากประชาชนที่เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะเข้าถึงข้อมูลที่ไหนการบริหารจัดการแบบนี้ มันถึงเป็นการบริหารจัดการที่ไม่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ นอกจากนั้นนะครับโครงสร้างเรื่องของราคาน้ำมันของรัฐบาลมีปัญหา และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำมันขาดแคลน ประเทศไทยเรามี 3 ตลาดครับ 3 ราคาน้ำมัน ตลาดสำหรับพี่น้องประชาชนก็คือหน้าปั๊มได้รับการชดเชยโดยกองทุนน้ำมัน ดังนั้นวันนี้เป็นตลาดที่ราคาน้ำมันต่ำสุด ตลาดที่ 2 ก็คือการขายส่งผ่าน Jobber ซึ่งไม่ได้รับการชดเชยในสภาวะปกติ ซื้อผ่าน Jobber เนื่องจากเป็นการซื้อส่ง ขายส่ง จะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาหน้าปั๊ม แต่ ณ ปัจจุบันเนื่องจากเรามีการชดเชยลิตรละ 20 กว่าบาท ทำให้ราคา Jobber สูงกว่าราคาหน้าปั๊ม และตลาดที่ 3 คือน้ำมันเขียว สำหรับพี่น้องชาวประมง น้ำมันเขียวก็ไม่ได้รับการชดเชยจากกองทุนน้ำมัน แต่ได้รับการยกเว้นภาระภาษีสรรพสามิต เราจึงมี 3 ตลาด 3 ราคา ความล้มเหลวของรัฐบาล ก็คือไม่สามารถบริหารให้ผู้ซื้อในแต่ละตลาด อยู่ในตลาดของตนเอง ไม่สามารถที่จะบริหาร มีมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ซื้อตลาด Jobber ผู้ซื้อตลาดประมง แห่มาซื้อหน้าปั๊ม ทำให้น้ำมันขาดแคลนสำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไป

และไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาความขาดแคลนครับ ผมอยากจะถามรัฐบาลผ่านท่านประธานว่า รัฐบาลจะรับผิดชอบกับพี่น้องประชาชนอย่างไรในอนาคตที่จะต้องมาชดเชยหนี้ของกองทุนน้ำมัน ทั้ง ๆ ที่ตนเองนั้นไม่ได้เป็นผู้ใช้น้ำมันนั้น แต่เป็นภาคอุตสาหกรรมที่ควรที่จะซื้อจาก Jobber ซื้อโดยตรงจากคลังมาเบียดพื้นที่ของเขาในการซื้อหน้าปั๊ม และได้รับการชดเชย ซึ่งเขาในฐานะประชาชนจะเป็นฝ่ายเดียวในอนาคตที่จะต้องกลับมาชดเชย

และประเด็นความล้มเหลวของรัฐบาลในประเด็นที่4ก็อยู่ที่ตัวกองทุนน้ำมันเอง วันนี้กองทุนน้ำมันมีหนี้กว่า 20,000 ล้านครับท่านประธาน แต่ข้อเท็จจริงก็คือกองทุนน้ำมันยังไม่สามารถที่จะกู้ยืมเงินเพื่อที่จะมาชดใช้ให้กับผู้ค้าน้ำมันได้ 20,000 กว่าล้านไม่ใช่เงินน้อย ๆ นะครับ การที่กองทุนน้ำมันจะมีสิทธิ์ในการที่จะกู้ยืมเงินเพื่อที่จะมาใช้ชำระหนี้ของตนนั้น ต้องมีมติ ครม. จนถึงวันนี้ยังไม่มีมติ ครม. ให้กองทุนน้ำมันสามารถที่กู้ยืมเงินมาได้ ทำให้โรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน เขาขาดสภาพคล่อง เขารอเงินชดเชยอยู่ 20,000 กว่าล้าน และนี่ก็คือหนึ่งในสาเหตุที่เขาจึงจ่ายน้ำมันน้อยกว่าที่ควร ไปที่ปั๊มน้ำมัน เพราะยิ่งขายยิ่งขาดสภาพคล่อง

เรื่องแบบนี้ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้นะครับสภาพการเป็นรัฐบาลรักษาการไม่ใช่คำอธิบายที่ดีพอ เพราะฉะนั้นผมคือถึงบอกนะครับ ว่าด้วยข้อมูลด้วยหลักฐานทั้งหมด วันนี้ประชาชนรับทราบครับ “ไอ้โม่งมีจริง” ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าปัญหาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความตื่นตระหนกของพี่น้องประชาชน เกิดจากการกักตุนของพี่น้องประชาชนตื่นตระหนกจริงครับ แต่ก็ด้วยเหตุผลว่ารัฐบาลบริหารล้มเหลว ส่วนกักตุนนั้นขอให้ไปดูที่ตัวไอ้โม่ง และขอให้เอาจริงกับเรื่องนี้ครับ ถ้าท่านไม่เอาจริงกับเรื่องนี้ สุ่มเสี่ยงที่ประชาชนจะสับสน หรืออาจจะคิดเลยเถิดไปว่ารัฐบาลกับไอ้โม่งนั้นเป็นพวกเดียวกัน

ท่านประธานครับ เรื่องของความขาดแคลนก็เรื่องหนึ่ง เรื่องของราคาก็เป็นเรื่องสำคัญ ราคาน้ำมันท่านนายกฯ ส่งสัญญาณแล้วนะครับว่าจะปล่อยลอยตัว วันนี้ประชาชนสับสนและมีความกังวลเพิ่มมากยิ่งขึ้นเพราะราคาตลาดน้ำมันดีเซลวันนี้ ตามจริงหน้าโรงกลั่นคือ 51 บาทนะครับ ลอยตัวหมายความว่า จะปล่อยให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นหน้าปั๊มไปถึง 50 บาท จริงหรือไม่ เรื่องของราคาพรรคประชาธิปัตย์ได้เคยมีข้อเสนอให้กับรัฐบาลไปแล้ว ผมขอย้ำในที่นี้ครับ อันดับแรกสาเหตุที่รัฐบาลล้มเหลวในการดูแลเรื่องของราคา เพราะรัฐบาลไม่ได้เข้าไปตรวจสภาพสต๊อกของน้ำมันที่คลังน้ำมัน และโรงกลั่นตั้งแต่แรก ปล่อยให้โรงกลั่นสามารถทำกำไรจากสต๊อกน้ำมันที่มีราคาถูกก่อนวิกฤตสงคราม โดยที่ผู้รับภาระนั้นแต่ผู้เดียวคือพี่น้องประชาชน นี่คือความล้มเหล็กในการบริหารจัดการในขั้นแรก

นอกจากนั้นและเป็นประเด็นต่างหากก็คือรัฐบาลปล่อยให้โรงกลั่นน้ำมันสามารถที่จะขายน้ำมันในราคาที่มีค่าการกลั่นสูงกว่าระดับปกติถึง 3 เท่า กำไรจากสต๊อกน้ำมันนั้นคือเรื่องนึงนะครับ กำไรในส่วนของค่าการกลั่นนั้นเป็นอีกเรื่องนึง ที่มาเพิ่มภาระประชาชนให้กับพี่น้องประชาชน เรารู้กันอยู่นะครับว่าค่าการกลั่นของเรานี้ มันเป็นสูตรสมมุติ คือสมมุติราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกในวันนี้เทียบกับสมมุติราคาค่าการกลั่นที่สิงคโปร์ในวันเดียวกัน บวกกับค่าขนส่งและค่าประกันการขนส่งที่สมมุติว่ามี ว่าจะต้องขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์มาไทย ทั้ง ๆ ที่โรงกลั่นอยู่ที่ประเทศไทยเอง สูตรนี้ถึงเวลาต้องทบทวนนะครับ เพราะมันเป็นสูตรที่ทำให้น้ำมันมันแพงเกินไป ถ้าเราแก้เรื่องของวิธีการคำนวณสูตรและรัฐบาลจี้ขอข้อมูลที่เท็จจริงว่าต้นทุนของโรงกลั่นนั้นคืออะไร เราสามารถที่จะกำหนดกฎกติกาในการกำหนดราคาที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้ แต่ไม่ใช่สูตรนี้ครับ

นอกเหนือจากเรื่องของโรงกลั่นแล้ว ภาระปัญหาเรื่องราคาของพี่น้องประชาชน มาจากตัวรัฐบาลเอง วันนี้รัฐบาลส่งสัญญาณนะครับ ขอให้ประชาชนประหยัด ผมขอส่งสัญญาณผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลครับขอให้รัฐบาลเองนี่แหละเป็นผู้ริเริ่มการประหยัด การประหยัดจะนำไปสู่ความสามารถในการที่จะปรับลดภาระภาษีให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ภาษีสรรพสามิต ที่รัฐบาลเก็บจากพี่น้องประชาชนสำหรับน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6.95 สตางค์ ไม่เคยลดลงแม้แต่ 1 สตางค์ ตลอดช่วง 3 อาทิตย์ที่เกิดวิกฤตนี้ ท่านนายกกำลังพูดถึงการลอยตัวราคาน้ำมัน แล้วภาษีล่ะครับ ท่านไม่คิดจะลดให้กับพี่น้องประชาชนเหรอครับ ท่านอ้างว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงิน ประชาชนเขาก็มีความจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าท่านอีก เพราะฉะนั้นถ้าเราหวังประชาชนจะประหยัด เรารู้ว่าประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลต้องมีส่วนร่วม โรงกลั่นต้องมีส่วนร่วม

ข้อเสนอที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอไปนะครับก็คือ ในส่วนของกำไรที่เป็นกำไรเกินควรในช่วงวิกฤตนี้ของโรงกลั่นควรที่จะแบ่งปันในรูปของ “ธรรมเนียมลาภลอย” เข้ามาช่วยลดภาระของพี่น้องประชาชนในกองทุนน้ำมัน และในส่วนของรัฐบาลภาษีสรรพสามิต 6.95 สตางค์ ลดลงมาทันที 6 บาทครับ 2 ข้อเสนอนี้จะทำให้ราคาน้ำมันถูกลงทันที ลิตรละ 9 บาท มีผลมหาศาลครับท่านประธานกับพี่น้องประชาชน และเป็น 2 ข้อเสนอที่รัฐบาลสามารถที่จะดำเนินการได้เลยทันที

สุดท้ายนะครับผมขอพูดเรื่องของไฟฟ้าขอเรียนพี่น้องประชาชน รัฐบาลผ่านท่านประธานสภานะครับว่า ค่าไฟเพิ่มขึ้นแน่นอน พรรคประชาธิปัตย์พูดมาโดยตลอดนะครับว่า ปัญหาโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทยเรานี้ คือเราพึ่งพาการใช้แก๊สมากเกินไปสมัยก่อนแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทยเรามีเพียงพอไม่เป็นไรครับ แต่วันนี้เราต้องนำแก๊สในรูปของ LNG เข้ามา ซึ่ง LNG ท่านประธานครับในช่วงวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานี้ ราคา LNG เพิ่มขึ้น 100% ครับ จากประมาณ 10 เหรียญต่อหน่วย มาเป็น 21 เหรียญสหรัฐต่อหน่วย นี่คือผลโดยตรงต่อการกำหนดค่า FT ซึ่งจะนำไปสู่ค่าไฟฟ้าที่จะต้องปรับเพิ่มขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคมแน่นอน แต่ประเด็นนั้นน่ะครับไม่ได้เป็นเพราะรัฐบาล อันนี้ผมยอมรับเลยนะครับมันเป็นเรื่องของเงื่อนไขกลไกตลาด และเราต้องช่วยกันนะครับ ในการที่จะลดการพึ่งพาแก๊สในอนาคต เพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถที่จะติดตั้ง Solar Rooftop ของตนเอง เปิดโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมสามารถที่จะเซ็นสัญญาซื้อขายไฟระหว่างกันเองได้ คือเปิดเสรีการลงทุนในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะพลังไฟฟ้าหมุนเวียน

แต่ประเด็นที่ผมจะฝากทิ้งท้ายไว้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องนี้ครับ แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลสามารถดำเนินการและต้องรีบดำเนินการทันทีก่อนที่ค่าไฟจะเพิ่มขึ้น นั่นคือโครงสร้างการซื้อไฟของรัฐบาลวันนี้ ท่านประธานเชื่อมั้ยครับ เป็นโครงสร้างที่เอื้อให้กับนายทุน ให้กับภาคเอกชน มีกำไรมากขึ้น ทุก ๆ ครั้งที่ต้นทุนค่าแก๊สเพิ่มขึ้น สูงขึ้น อันนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อนะครับ แต่ค่าแก๊สที่สูงขึ้นนี้ ประชาชนเดือดร้อนขึ้นอันนี้เข้าใจได้ แต่ที่เข้าใจไม่ได้และยอมรับไม่ได้เลยก็คือราคาแก๊สสูงขึ้น สูตรซื้อไฟจากโรงไฟฟ้าเอกชน สูตรซื้อแก๊สจากผู้นำเข้าที่เป็นเอกชน ทำให้เอกชนมีกำไรเพิ่มขึ้น รายละเอียดผมเชื่อว่าทางกระทรวงพลังงานน่าจะรับทราบครับ ในสภาวะที่ LNG อยู่ในราคาปกติ อาจจะไม่มีใครรู้สึกมากนักในเรื่องนี้ แต่วันนี้ต้นทุนค่าแก๊สเพิ่มขึ้นขนาดนี้ ผมบอกได้เลยครับว่าประชาชนจะไม่ยอมรับโครงสร้างแบบนี้ที่ทิ้งภาระกับประชาชน และเป็นการเอื้อนายทุน

สุดท้ายครับอยากจะฝากบอกกับทางรัฐบาลผ่านท่านประธานนะครับว่า ทุก ๆ รัฐบาลจะมีวิกฤตของตนเอง ของเราก็เคยมีวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ทางพรรคเพื่อไทยเคยมีวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ท่านประยุทธ์ มีวิกฤตโควิด วิกฤตของรัฐบาลนี้ ณ วันนี้ คือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง และความหวังของพี่น้องประชาชนก็คือรัฐบาลจะไม่เอาวิกฤตมาเป็นข้ออ้าง แต่รัฐบาลจะมีวิธีในการบริหารจัดการเพื่อให้ประชาชน ไม่ต้องเดือดร้อนมากนัก ในช่วงที่มีวิกฤต เพราะฉะนั้นผมขอวิงวอนครับ รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหาออกมาพูดความจริงกับพี่น้องประชาชน ระยะหลังผมเห็นเริ่มมีการผลักข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ออกมาแสดงตนแทน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ออกมาอธิบายเรื่องค่าการกลั่น อธิบดีกรมการค้าภายในออกมาบอกว่า จะดูแลเรื่องของค่าครองชีพประชาชนด้วยการดูแลไม่ให้น้ำยาล้างจานมีการปรับราคาเพิ่มสูงเกินไป ท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์ล่าสุด มาบอกว่าสินค้าขึ้นไม่ต้องห่วง ทุกอย่างที่ขึ้นเดี๋ยวมันก็มีลง

ผมขอฝากผ่านท่านประธานครับ ไปสู่ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละกระทรวง อย่าแอบ อย่าซ่อน อย่าหนีพี่น้องประชาชนต้องการฟังคำอธิบาย คำชี้แจงจากท่าน และนั่นคือความไว้วางใจความมั่นใจและการคลายความตื่นตระหนกในส่วนของพี่น้องประชาชนที่จะตามมา ขอบคุณครับ

#ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTH

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา