
คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ในการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2569
คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ในการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2569
วันเสาร์ที่ 25 เดือนเมษายน พ.ศ. 2569
ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
ผมขอใช้เวลาสั้นๆ เรียนกับเพื่อนสมาชิกที่เป็นองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ทุกท่าน ประการแรกเลยก็ต้องขอขอบคุณพวกเราทุกคนอีกครั้งหนึ่ง ในการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากทุกฝ่าย ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเวลาที่ทำให้อาจจะมีความขลุกขลักความไม่พร้อมบ้างในการบริหารการจัดการ และก็ว่าตามจริงแม้กระทั่งในเรื่องของกระบวนการสรรหาผู้สมัคร ผมว่าทุก ๆ คนก็เข้าใจในข้อจำกัดนี้ดี
ผลการเลือกตั้งที่ออกมาผมคิดว่าในส่วนของระบบบัญชีรายชื่อนั้น ก็ไม่ได้ห่างจากทั้งเป้าหมายและความคาดหมายที่เรามีอยู่ ถ้าเรียนคร่าวๆ คะแนนของบัญชีรายชื่อ ก็จะกลับไปอยู่สูงกว่า ถ้าคิดเป็นสัดส่วนด้วยสูงกว่าเมื่อปี 2562 เล็กน้อย ซึ่งก็ถือว่าเป็นฐานที่เราจะสามารถใช้ในการขยายไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้าได้ ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในระบบเขตเลือกตั้ง ก็ยังไม่ได้เป็นไปอย่างที่พวกเราหวัง แล้วก็ผมได้รับฟังหลังจากการเลือกตั้งจากทุกภาคในประเทศนี้ ที่มาพูดถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เราตั้งใจไว้
แต่ว่าทั้งหมดนี้ก็นำมาสู่การปรับแผนการดำเนินการทั้งหมด แล้วเรามั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไปเรามีเวลาในการเตรียมตัวตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จมา แล้วก็ได้เดินหน้าในการวางรากฐานหลายอย่าง ก็จะเรียนให้พวกเราทราบคร่าว ๆ นะครับว่า
ประการแรก เราก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งที่ผ่านมาก็กล้าพูดได้ว่าแม้มีเพียงแค่ 21 เสียง แต่เสียงของเราก็เป็นเสียงที่ดังพอสมควร สส. ทุกท่านก็ตั้งใจในการใช้ทุกโอกาสในสภาไม่ว่าจะเป็นกระทู้ถาม ญัตติและต่อไปก็มีเรื่องของการเสนอกฎหมาย ควบคู่กับการอภิปราย อย่างเช่น กรณีของการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล ให้เห็นถึงการทำงานของเราในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีเหตุมีผล มีความพร้อม มีความสร้างสรรค์ มีข้อเสนอแนะ แล้วก็รวมไปถึงฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ในทุก ๆ เรื่อง
แน่นอนการทำงานในสภาไม่เพียงพอ แต่ขณะนี้เรากำลังวางแผนในการที่จะทำงานให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น “นอกสภา” ซึ่งอาจจะเห็นรูปธรรมชัดเจนขึ้น ตั้งแต่ช่วงปิดสมัยประชุมเป็นต้นไป ก็คือประมาณเดือนกรกฎาคม แต่ขณะนี้สิ่งที่ทางผู้บริหารได้ทำก็มีทั้งในเรื่องของความพยายามที่จะใช้เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงเข้าหากันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งการเข้ามายืนยันตัวตนในการประชุมใหญ่ในวันนี้ และต่อไปก็คือการเชื่อมโยงกับสมาชิกทั้งประเทศ ก็จะมีแอพ มีระบบที่จะทำให้เราสื่อสารภายใน รับรู้รับทราบประเด็นข้อห่วงใย ความคิดเห็นของสมาชิกควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวในการทำงานของพรรค ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็น สส. สาขา ตัวแทนจังหวัด และอื่น ๆ
เรียนว่าในการจัดระบบผู้ช่วย ผู้ชำนาญการ ของ สส. ในครั้งนี้ ท่านเลขาฯ ก็ได้กรุณาว่าในส่วนของบัญชีรายชื่อจะต้องตั้งผู้ช่วย หรือผู้ชำนาญการ อย่างน้อย 2 คน ต่อ สส. 1 ท่าน ที่ต้องพร้อมมาทำงานช่วยเหลือในส่วนกลางของพรรคทั้งหมด ซึ่งก็เมื่อจัดตั้งแล้วก็กำลังจะมีการได้ประชุมพูดคุยเพื่อให้ท่านเหล่านี้ ทำงานเชื่อมโยงกับท่านที่เหลือ ที่เป็นองค์ประชุมใหญ่ที่นี่ เพราะว่าคนที่เราคัดเลือกมาคือคนที่สามารถอยู่ที่นี่ทำงานในส่วนกลางได้เต็มเวลา แต่ว่าจากนี้ไปเขาจะต้องอาศัยแรงของทุก ๆ ท่านในทุกพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น เรากำลังทำเรื่องของการรวบรวมข้อมูลเพื่อติดตามตรวจสอบรัฐบาล เราจะอาศัยข้อมูลจากพื้นที่ก็จะต้องมีการเชื่อมโยงกัน
ผมจะฉายภาพสั้น ๆ เท่านั้นเอง ให้เห็นคร่าว ๆ ว่า เราจะจัดทำดัชนีให้เห็นว่า ชีวิตของคนไทย ค่าครองชีพ อาหารการกิน เดินทาง ค่าเน็ต เปลี่ยนแปลงอย่างไร และมีจุดไหนบ้างที่ประสบกับปัญหา พี่น้องเกษตรกร พืชผลตัวไหนมีปัญหา ปัจจัยการผลิตตรงไหนขาดแคลน ซึ่งเราจะนำเสนอเรื่องเหล่านี้โดยไม่ได้อ้างอิงกับข้อมูลจากภาคราชการเท่านั้น แต่ต้องการข้อมูลจากพื้นที่จริง ซึ่งถ้าเราใช้เครื่องมือที่เราพัฒนาใกล้เสร็จแล้วนี้ให้เป็นประโยชน์ ก็ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของพวกเราในทุกพื้นที่ อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง
ในส่วนที่จะมีการระดมความช่วยเหลือจากท่านเพิ่มเติม ก็คือขณะนี้สภาได้ข้อยุติแล้ว ในเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา ซึ่งมีทั้งสิ้น 35 คณะ แต่ว่าเรามี สส. จำนวนที่ไปได้กรรมาธิการ แค่เพียง22 ที่นั่ง เพราะฉะนั้นเราไม่ได้เป็นกรรมาธิการครบทุกคณะ แต่ก็จะพยายามประสานกับทุกกรรมาธิการว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งของกรรมาธิการ อาจจะเป็นที่ปรึกษาเป็นทางการ ไม่เป็นทางการ ผู้ชำนาญการ เลขา หรืออะไรก็แล้วแต่ ตามระเบียบของสภา ซึ่งผมก็อยากจะให้พวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านที่มีประสบการณ์ อดีตรัฐมนตรี อดีต สส. ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในส่วนของกรรมาธิการตรงนี้ เร่งแจ้งเข้ามาถึงความสนใจ แจ้งมาที่ท่านเลขาฯ ดีที่สุดครับ แล้วเราก็จะได้ให้คนของเราในกรรมาธิการ หรือพรรคร่วมฝ่ายค้านในกรรมาธิการ ที่เราไม่มีกรรมาธิการ ช่วยนำเสนอว่าเราจะสามารถให้ท่านเข้าไปมีบทบาทมีส่วนร่วมในกรรมาธิการต่าง ๆ ได้มากน้อยแค่ไหน สำหรับตัวประธานของกรรมาธิการ เราได้มา 2 คณะ คณะสาธารณสุข กับป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เพราะฉะนั้นสองคณะนี้อย่างน้อย เราน่าจะมีโอกาสในการที่จะคัดสรรบุคคล หรือบุคลากรที่เข้าไปเสริมตรงนี้ได้ดียิ่งขึ้น
สุดท้ายที่อยากจะเรียนก็คือว่า ปีนี้เราครบ 80 ปี เราได้เริ่มต้นกิจกรรมการเฉลิมฉลอง 80 ปีของพรรคตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นวันก่อตั้งพรรคเป็นต้นมา จะมีกิจกรรมทุกเดือน ซึ่งจะเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ การสะท้อนถึงประวัติความเป็นมา อุดมการณ์ของพรรค ซึ่งทำให้เรายืนหยัดอยู่มาได้ เป็นพรรคที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ จะมีการเชิญบุคลากรซึ่งเคยอยู่กับพรรค อย่างเช่นในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา เราได้เชิญคนที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ของพรรค ซึ่งปัจจุบันก็เข้าไปมีบทบาทในแวดวงต่าง ๆ จะเป็นสื่อสารมวลชน เป็นอินฟลูเอนเซอร์ เป็นนักธุรกิจ ซึ่งก็ทำให้เขาก็ดีใจว่า สิ่งที่เขาเคยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับเรามา เราไม่ได้ลืมเขา แล้วก็ยังรักษาความสัมพันธ์เหล่านี้ไว้ ซึ่งจะมีกิจกรรมในทำนองนี้อีกในตลอดระยะเวลา 1 ปี
อีกด้านหนึ่งก็คือเราฉายภาพไปข้างหน้า ในแง่ของการที่เราจะเตรียมความพร้อมในการเป็นพรรคการเมืองคุณภาพ ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องเทคโนโลยีก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราจะเน้นเรื่องความยั่งยืน สิ่งแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน อย่างไรก็รบกวนพวกเราติดตาม แล้วก็มาช่วย มามีส่วนร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ ที่ผ่านมาถ้ามีปัญหาเรื่องการประชาสัมพันธ์บ้าง ก็ต้องขออภัยพวกเราแต่ว่าเป็นความตั้งใจของผู้บริหารทุกคน ขณะนี้ที่จะรวบรวมสรรพกำลังของพรรค ไม่ว่าท่านที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ในบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นกลไกของพรรคในระดับพื้นที่ รวมไปจนถึงการที่เราก็จะรื้อฟื้นเรื่องของการทำโครงการที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน เพื่อสร้างบุคลากรคนรุ่นใหม่ในทางการเมืองที่มีคุณภาพ สำหรับพรรคและก็สำหรับประเทศต่อไป
ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่เป็นความตั้งใจ ผมมั่นใจว่าเราคงมีกิจกรรมที่จะได้พบปะกัน แล้วก็มีความเป็นไปได้ด้วยซ้ำว่า จะต้องรบกวนท่านทั้งหลายในการประชุมวิสามัญ ตามความจำเป็นที่เกิดขึ้นต่อไป วันนี้ก็ขอขอบคุณทุก ๆ ท่าน ที่สละเวลามาร่วมในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ และก็ขอขอบคุณทางผู้สังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ที่มาจากคณะกรรมการการเลือกตั้งครับ หมดระเบียบวาระครับ ปิดประชุมครับ
