คำต่อคำ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปราศรัย “เมืองฟ้าอมร Talk & Fest ไปให้สุด หยุดที่เจมส์ อนุชา”

คำต่อคำ การปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เมืองฟ้าอมร Talk & Fest ไปให้สุด หยุดที่เจมส์อนุชา

26 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

ที่จริงพระเอกลงไปจากเวทีแล้ว ก็น่าจะปิดเวทีได้แล้วนะครับ จะได้เตรียมตัวไปเลือกเบอร์ 5 กับ สก. ประชาธิปัตย์ทั้งกรุงเทพฯ  แต่พอดีท่านเลขา (ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์) บอกว่ายังไม่คุ้มค่าเช่า พูดอีกหน่อยจะได้คุ้ม ผมใช้เวลาท่านทั้งหลายไม่มากล่ะครับ เพราะว่าทราบดีว่ามันค่อนข้างจะดึกแล้ว แต่อยากจะมายืนยันเพียง 2-3 เรื่อง

เรื่องแรกคือกรุงเทพฯ  เป็นได้มากกว่านี้จริง ๆ เมื่อสักครู่คุณอนุชา (บูรพชัยศรี) พูดขึ้นมาประโยคนึง ไม่ได้เตี๊ยมกับผมเลยนะครับ บอกว่าไม่ได้อยากให้กรุงเทพฯ น่าเที่ยวเท่ากับน่าอยู่ ผมก็เลยอยากจะเล่าให้ฟังว่า เวลาที่ผมว่างซึ่งก็มีไม่มากเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่ผมชอบดู คือคลิปใน YouTube ใน TikTok ที่คนต่างชาติ มาสรรเสริญเยินยอกรุงเทพฯ และเมืองไทย มันน่าภูมิใจจริง ๆ ครับ บางทีหลายเรื่องเราอยู่กรุงเทพ ฯ เราไม่ได้รู้สึก แต่ทำไมคนต่างชาติคนทั่วโลก เขาเห็นเสน่ห์ของเมืองของเรา แต่เสน่ห์ที่เขาเห็นน่ะ เอาเข้าจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจัดการนะครับ คำว่าพวกเราในที่นี้คือหมายถึงคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่มันเป็นเสน่ห์ที่เกิดขึ้นจากคนไทย จากคนกรุงเทพฯ หรือคนต่างจังหวัดที่มาทำมาหากินที่กรุงเทพฯ เพราะผมยืนยันได้ เอาแค่เรื่องอาหารเรื่องเดียว แทบไม่มีที่ไหนในโลกสู้เราได้ ใครเคยไปอยู่ประเทศที่เจริญแล้ว ลองหิวสักตอนสี่ทุ่ม ห้าทุ่มครับ จะไปหาอะไรกินไม่มีหรอกครับ แต่กรุงเทพฯ 24 ชั่วโมง เกือบจะทุกย่านทุกถนนมีแน่ มีชีวิตมีชีวา ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ใครเคยไปกินข้าวประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย เข้าไปสั่งอาหารและรสชาติไม่ถูกปาก ขอน้ำจิ้มถูกพ่อครัวออกมาด่านะ แต่ของไทย เค็มน้อย เผ็ดมาก ใส่นั่น ไม่ใส่นี่ จัดให้หมด

นี่คือสิ่งที่คนทั้งโลกมาหลงใหลประเทศไทย หลงใหลกรุงเทพฯ แต่ทำไมสำหรับคนกรุงเทพฯ ชีวิตมันยังมักยากลำบาก ทำให้เราต้องมีเรื่องบ่นทุกวัน นี่คือจุดที่ผมถึงบอกว่าเราต้องการให้กรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้ในหลายต่อหลายมิติ 1 เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา ที่ผมลงพื้นที่กับคุณอนุชา ผมก็ได้เห็นการสูญเสียโอกาสและเวลาไปหลายปีกับสิ่งทั้งหลายที่ย่ำอยู่กับที่ ผมไม่ได้ไปตำหนิท่านผู้ว่าฯ หรือท่านอดีตผู้ว่าฯ แต่ผมคิดว่าเราจะวัดความก้าวหน้าของการบริหารเมืองกันอย่างไร ถามว่าทราฟฟี่ ฟองดูว์ (Traffy Fondue) ดีมั้ย ดีครับ แล้วหลายคนก็บอกว่ามันเป็นตัวเปลี่ยนแปลงอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ผมยังติดใจอยู่ ว่าเราควรภาคภูมิใจมั้ยว่า 4 ปี ต้องมีคนร้องเรียนไปเป็นล้านเรื่อง ตัวชี้วัดที่ดีกว่าก็คือ 4 ปี จากนี้ไป ถ้าอนุชาเข้าไปทราฟฟี่ ฟองดูว์ ยังมี แต่คนต้องไม่ไปร้องเรียน เพราะมันต้องไม่มีเรื่องให้ร้องเรียน ต้องไปแก้ปัญหาก่อน

และผมก็คิดย้อนกลับไปเพราะว่า เวลาเราพูดอะไร แน่นอน พรรคประชาธิปัตย์อยู่มายาวนาน คนรักก็เยอะ คนชังก็มาก ก็จะมีวาทกรรมสารพัด เคยทำอะไร เคยทำอะไร ผมก็นั่งนึกย้อนดูว่า เวลาที่เราต้องการให้กรุงเทพฯ มันเปลี่ยนนั้น ต้องบริหารกันยังไง นี่ผมไม่ทราบนะว่าคุณอภิรักษ์ (โกษะโยธิน) จะมา แต่ผมจำได้ว่า วันที่คุณอภิรักษ์บริหาร กทม. น่ะ ทุกคนคิดว่าทำยังไง รถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปให้คนฝั่งธนเสียที รัฐบาลตอนนั้นไม่ยอมให้งบ รัฐบาลก็ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่สุดท้ายความที่ผู้ว่าฯ ประชาธิปัตย์บอกกรุงเทพฯ ต้องเป็นได้มากกว่านี้ รถไฟฟ้าจึงไปฝั่งธนด้วยฝีมือของผู้ว่าฯ ของพรรคประชาธิปัตย์

ผมจำได้ว่าผู้ว่าฯ ของพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ถึงเวลาที่จะต้องผลักดันให้กรุงเทพฯ มีหอศิลป์ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกับศูนย์การค้า หรือห้าง แล้วก็เอาศิลปะไปแปะตรงนั้นตรงนี้นิดหน่อย ก็ต่อสู้ผลักดันให้เกิดขึ้นจนตอนนี้ทุกคนก็หวงแหนความเป็นหอศิลป์ กทม. ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น

ผมนึกถึงว่าโรงกำจัดขยะ หรือจัดการขยะระบบปิดที่เรียกร้องกันตอนนี้แห่งแรกที่เกิดขึ้นที่หนองแขม ก็เป็นโครงการของพรรคประชาธิปัตย์ พี่น้องฝั่งธนโดยเฉพาะออกไปไกลหน่อย ตอนนั้นบางขุนเทียนไม่มีโรงพยาบาล หรือไม่มีโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ ก็เกิดขึ้นจากพรรคประชาธิปัตย์บริหารเมือง แต่ผมพยายามมาคิดว่า 4 ปี ที่ผ่านมาเมืองเราเปลี่ยนแปลงอย่างไร และเพียงแค่ 1 เดือนที่ลงพื้นที่ หรือนับตั้งแต่วันที่คุณอนุชาเปิดตัว เราพบอะไรบ้างครับ 1 ชั่วโมง หลังจากเปิดตัวคุณอนุชา เราเจอรถไฟชนรถเมล์ 2 วันต่อมาคุณอนุชาไปร่วมงานพาเหรด Pride Parade  ฝนตกลงมา น้ำท่วมขังระบายไม่ทัน ถัดมาไม่นานก็เกิดวิวาทะเรื่องขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นที่อ่อนนุช แล้วคุณอนุชามาหาพวกเราวันแรกก่อนที่จะประกาศตัวลงผู้ว่าฯ เราคิดถึงเรื่องให้กรุงเทพฯ เป็น Hub ของ AI แต่เดินถัดออกมาจากนั้นมาถนนสุขุมวิท สิ่งที่เราเห็นมีแต่ร้านกัญชากลาดเกลื่อนไปหมด จากนั้นเราไปลงเรือไฟฟ้าซึ่ง กทม. ได้ทอดทิ้ง ยกเลิกไป และยังมีอีกหลายคลองที่ผมไปจะเป็นที่บางแค จะเป็นคลองบางหลวง ซึ่งความจริงแล้ว ถ้า กทม. ใส่ใจผลักดัน สิ่งเหล่านี้จะเสริมไม่ใช่แค่ความน่าเที่ยว แต่ความน่าอยู่ของ กทม. ผมจึงยืนยันว่ากรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้แน่นอน

คุณอนุชาพาผมไปหลายที่มาก เพราะว่าอย่างที่เจ้าตัวพูดไปแล้ว เขาไม่ได้อยากใช้เวลา 1 เดือน หาเสียงอย่างเดียว เขาใช้เวลานี้เตรียมตัวไปทำงานเลย สัมผัสกับความเป็นจริงให้ได้มากที่สุด และก็หยิบสารพัดปัญหาขึ้นมา ให้มองเห็น แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่าควรจะเปลี่ยนแปลงโดยเร็วที่สุด
ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาช้านาน คือปัญหาความไม่โปร่งใสของการบริหารเมืองของเรา ต้องพูดแบบนี้แล้วก็ใครที่บอกเพิ่งมาพูดเรื่องนี้เพราะอะไร ก็คุณการดี (เลียวไพโรจน์) เพิ่งเข้ามาเพิ่งทำแพลตฟอร์มเสร็จ ความจริงสัญญากับผมไว้ก่อนนี้สักเดือนนึง แต่ว่าเพิ่งทำเสร็จ เพิ่งเอามาจับข้อมูลก็ประมาณสัก 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว ที่เอามาดูของ กทม. แล้วเห็นสิ่งที่เราก็ตกใจไงครับ แต่มันเป็นเรื่องที่ความจริงทุกคนก็สัมผัสอยู่อยู่แล้ว ใครกล้าปฏิเสธเรื่องปัญหาเรื่องส่วย ใครกล้าปฏิเสธบ้างว่าทุกวันนี้การไปขออนุมัติอนุญาต ยังต้องเจอกับหลายสิ่งหลายอย่างที่มันไม่ถูกต้อง ใครที่ยังมาเรียกร้องส่งหลักฐานมาสิ ส่งหลักฐานมาสิ ไม่ควรจะบริหาร กทม. อีกต่อไปครับ

เพราะเดินไป เราเจอแต่เรื่องร้องเรียนสารพัด คนต่างด้าวมาสวมสิทธิ์ในการขายในพื้นที่ผ่อนผัน การต่อเติมที่ไม่ถูกไม่ต้อง อะไรต่าง ๆ มากมายหลายอย่าง นี่คือความตั้งใจของพวกเราที่จะเข้ามาทำตรงนี้ และเมื่อมาถึงตรงนี้ ผมก็เลยต้องบอกว่า เรามานี่ไม่ได้มาโดยคุณอนุชาคนเดียว ผม ผู้บริหารพรรค ยังไม่พูดถึง สก. แต่มีอีกหลายต่อหลายคนนะครับ ที่ทั้งพรรค เราพร้อมทำงานให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ผมเดินไปหาเสียงกับคุณอนุชากับ สก. แต่ละเขต เขาก็บางทีเค้าก็งงนะ เออ พรรคนี้ทำไมมันมากันเยอะอย่างงี้ ทำงานกันเป็นทีม ผมเดินหิวปั๊บก็คุณสกลธี (ภัททิยกุล) กินแทนให้อยู่ แล้วเวลาแนะนำก็ ผู้ว่าฯ เบอร์ 5 นะครับนี่ สก. ผม “สอเกิน” แต่ “สอเกิน” นี่แหละมีเยอะมาก คุณไม่ต้องห่วงเลย เพราะเราจะทำงาน ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใด ผมไม่ได้พูดถึงเฉพาะนักการเมืองนะครับ แต่นักการเมืองที่เป็นอดีต ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์มีครบเกือบทุกเขต ทุกคนยังมีใจในการทำงานให้กับบ้านเมือง

นี่ถ้าผมเป็นพ่อพระเอกนะ แล้วองอาจ (คล้ามไพบูลย์) จะเป็นอะไร เป็นลุงของพระเอกมั้ย แต่ลุงของพระเอกเนี่ย ถ้าอนุชาเป็นผู้ว่าฯ นะ ผมเชื่อว่าลุงของพระเอกนี่นะ จะเป็นคนหนึ่งที่รับเรื่องร้องเรียนปัญหาต่าง ๆ สารพัดมาได้ดีที่สุด เพราะไปมาหมดแล้ว ไม่ใช่เฉพาะงานศพ งานแต่ง แต่ทุกร้านทำผม ร้านนวด รู้จักหมด นี่เป็นตัวอย่าง แต่ไม่ต้องนักการเมืองนะครับ ทุกครั้งทุกเขตที่เราเดินลงไป เรามีอดีตประธานสาขา เรามีอดีตสมาชิกนะครับ จะอายุน้อยอายุมากแค่ไหน ทุกคนพร้อมที่จะมาทำงาน เพราะเขาคือวิญญาณของพรรคประชาธิปัตย์ ที่พร้อมจะมารับใช้คนทั้งประเทศ และคนกรุงเทพฯ

ส่วน สก. ก็ต้องบอกว่า 50 เขต เราส่งครบ และมีความหลากหลายใช่ครับ ผมไม่ จะเอ่ยชื่อคนนั้นคนนี้ เดี๋ยวคนนั้นคนนี้จะน้อยใจนะ แต่ก็ยกเป็นตัวอย่างว่า ผมทำงานการเมืองมา 30 ปี แต่ผมลงไปบางพื้นที่เนี่ย ยังไงท่าน สก. ของเรา ท่านก็รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง และพี่น้องประชาชน ยังไงก็ผูกพันกับเขามากกว่าที่จะผูกพันกับคุณอนุชา หรือผูกพันกับผม ผมไปเยาวราช ถ้าไม่มี “เฮียจุ้ย” (พินิจ กาญจนชูศักดิ์) เดินอยู่อ่ะ มันก็ไม่ใช่ ผมเพิ่งไปราชบูรณะ “ป๋าไหว” (ไสว โชติกะสุภา) เรียกป๋านะ ป๋าไหวยังไหวอยู่แน่นอน เนี่ยนะ โชว์ตัวหน่อย โชว์ตัวหน่อย หรือจะเป็น “บ๊วย” (สมชาย เต็มไพบูลย์กุล) ที่คลองสาน หรือจะเป็นใครก็แล้วแต่นะครับ คนเหล่านี้นี่แทบจะรู้จักทุกตรอกซอกซอย และพร้อมทำงานอย่างต่อเนื่อง บางคนเป็นมาแล้วอย่างที่ว่า 3 สมัย 4 สมัย 6 สมัย แต่มหัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้นหลายคนสอบตกมายาวนานก็ยังเดินหน้าทำงานอยู่

ซึ่งผมเข้าใจนะครับ เราเข้าใจการเมืองดี บางทีบางพื้นที่มันยาก เพียงแต่อยากจะบอกว่า หลายเขตถึงแม้เค้าไม่เคยเป็น สก. นะแต่เค้าลงพื้นที่มา 4 ปี 6 ปี 8 ปี ไม่เอ่ยชื่อเขตนะ แต่มีอยู่หลายเขต ผมก็ยืนยันว่าคนเหล่านี้ตั้งใจทำแน่นอน เอ้าเอ่ยบ้างก็ได้ เอาหลักสี่ อยู่ไหนหลักสี่ ลาดกระบังอยู่ไหน หรือบางคนมาลงกับเราครั้งแรกราชเทวี ก็ลงพื้นที่มาต่อเนื่อง นี่คือทีมที่จะมาทำงานเป็นพรรค และความเป็นพรรค มันไม่ใช่แค่ว่ามีคนเยอะหรอกครับ แต่มันมีความรับผิดชอบร่วมกัน ตรงไปตรงมา และพวกเราประกาศชัด เราคือนักการเมืองครับ เราคือนักการเมืองเข้ามาอาสาได้รับเลือกตั้งก็มีตำแหน่งและความรับผิดชอบทางการเมือง อย่ามาอ้างว่าไม่เป็นนักการเมือง แล้วทำอะไรไม่ตรงไปตรงมาให้ชัดเจน

อย่างที่บอก 50 คน เขาประกาศชัด ประชาธิปัตย์ บางเขตอาจจะได้เปรียบ หลายเขตก็เสียเปรียบ แต่ชัดว่าเราคิดอย่างไร อุดมการณ์คืออะไร และนี่คือทางเลือกของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ผมเดินทางมาวันนี้ ผมเห็นป้ายผมยังตกใจเลย ว่าเดี๋ยวนี้ตรรกะมันแปลก เลือก สก. อิสระทั้งทีม มันอิสระแบบไหน มันมีทีมด้วย แล้วใครส่งลงมา ผมว่าคนส่งลงมาต้องอยู่นอกปฐพี เพราะแข็งแกร่งกว่าผู้ว่าฯ ชัชชาติ นี่คือประเด็นครับว่าเราตรงไปตรงมาอย่างนี้ และความรับผิดชอบของเราทำงานกันเป็นทีม มันชัดเจน ผมไม่เคยพูดไม่เคยโอ้อวดว่า ประชาธิปัตย์ไม่เคยทำอะไรผิด แต่เมื่อมีปัญหาขึ้น นั่นคือความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน และความเป็นทีมนี่ อย่าได้คิดนะครับว่าแปลว่าจะมาอวยกัน ไม่เชื่อถามผู้ว่าฯ อภิรักษ์สิ ถามทยา (ทีปสุวรรณ) ก็ได้ ทยาไปหรือยังไม่รู้ วันที่ชวนทยา มาเปิดตัวอนุชา ลังเล ๆ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ กลัวเจอหน้า สก. ทั้งหลาย เพราะถูกถามในสภาจริงจัง นี่คือวัฒนธรรมประชาธิปัตย์ที่ท่านได้ ทั้งทีทีมที่ไปช่วยทำงาน และทีมที่พร้อมจะตรวจสอบกันเอง ถ้าสงสัยว่ามีอะไรไม่ถูกต้อง

ผมจึงต้องวิงวอนว่า เที่ยวนี้ไม่ใช่แค่เลือกผู้ว่าฯ แต่ สก. 50 คน บวกกับองคาพยพของทั้งพรรคนี่แหละครับ จะเข้ามาทุ่มเททำงานให้ได้ตามเป้าหมายที่คุณอนุชากำหนดไว้ 5 ข้อที่เมื่อกี้คุณสกลธีก็ยังพูดไม่ครบ เดินทางสะดวก ที่วันนี้เราพร้อมจะเอาเรื่องของ ขสมก. และทำระบบที่เป็นตัวป้อน หรือฟีดเดอร์เข้าสู่ขนส่งหลักทั้งหมด เอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อบริหารการจราจรให้ดีขึ้น เราพูดถึงความสะอาดซึ่งหมายถึงปัญหาที่เราเห็น เรื่องของขยะ และเรื่องอื่น ๆ ที่คุณอนุชาก็มีความพร้อม มีความตั้งใจ และมีนโยบายที่ชัดเจน ที่จะมาเปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่ เราพูดถึงความสบายในหลายแง่มุมซึ่งจะดูแลคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก หรือคนพิการ หรือกลุ่มต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ในเมือง เราพูดถึงเศรษฐกิจ เรื่องรายได้ ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่เพียงการมาพูดถึงจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นในภาพรวม แต่คือการสร้างโอกาสให้คนเมืองมีรายได้ และสร้างโอกาสให้เมืองมีรายได้ด้วย ใช้ทรัพยากรใช้สิ่งต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วันก่อนไปราชบูรณะยังได้เห็นสวนสาธารณะที่ท่านรองผู้ว่าฯ ของประชาธิปัตย์ ท่านนึง ท่านสร้างขึ้นมาใหญ่โตพอสมควรนะครับ ดูดีมากเลยแต่อุตส่าห์มีคนไปแปะ ว่าเป็นเดี๋ยวนี้เป็นไอ้สวนอะไรนะ 15 นาที จริง ๆ มันเกิดมาตั้งแต่สมัยนั้น 5 เรื่องที่จะผลักดันนี้ นี่คือเป้าหมายของพวกเราทุกคน ผมจะต้องจบลงด้วยการพูดถึงพระเอกหน่อย เพราะนโยบายที่ดีความคิดว่าเป็นไปได้มากกว่านี้ ทีมที่พร้อมยังไงก็ตาม แต่ตัวผู้ว่าฯ จะต้องเป็นหลัก คุณอนุชาทำงานกับผมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 โดยประมาณ ก็เกือบ 20 ปี คุณกรณ์ (จาติกวณิช) เล่าให้ฟังแล้ว คุณกรณ์เป็นคนทาบทามเข้ามาลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเก่าของผมด้วย ผมก็เห็นตั้งแต่ต้น บุคลิกดี หน้าตาก็ใช้ได้ พูดจานุ่มนวล แต่ก็รู้สึกในความที่เป็น สส. อยู่หลายสมัย ฮือ เงียบไปสักนิดมั้ย แต่สิ่งที่ผมสังเกตตลอดเวลาก็คือ ภายใต้ความเงียบนั้นน่ะ เขาไม่เคยหยุดทำงาน ไม่เคยหยุดคิด และเขาไม่ใช่คนโวยวาย ไม่ใช่คนเรียกร้อง แต่เขาเป็นคนพร้อมที่จะรับการบ้านไปแก้ปัญหาให้กับคนอื่น

สิ่งสำคัญก็คือว่าวันนี้ผมว่าการที่เขาตัดสินใจมาลงสมัครตรงนี้ มันพิสูจน์แล้วถึงความตั้งใจ เพราะว่าวันที่เดินเข้ามา เราเริ่มต้นก็ตามเขาอยู่สักล้านคะแนนเท่านั้นน่ะ ทำไมมาลง ทำไมกลับมาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน เพราะคุณอนุชาตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วไง ว่า แพ้-ชนะ ไม่รู้หรอกครับ ประชาชนเป็นคนกำหนดไม่ใช่โพล แต่สิ่งสำคัญคือ เขาต้องการทำความตั้งใจของเขา ถ้าเขาชนะ เขาได้ทำ แต่วันนี้ที่พวกเราภาคภูมิใจในการหาเสียงของเขา 1 เดือนที่ผ่านมา ถ้าวันนี้ถึงเขาไม่ชนะ ผมบอกได้เลยว่าคนชนะยังไงก็หนาว เพราะจะถูกกดดันโดยบรรดานโยบาย บรรทัดฐาน วิสัยทัศน์ ที่เขาได้บอกกับคนกรุงเทพฯ แล้วว่า สิ่งเหล่านี้เป็นไปได้ เพราะเขาได้บอกแล้วว่าคนเป็นผู้ว่าฯ จะมาอ้างว่าอันนี้อยู่นอกเหนืออำนาจ ไม่ได้ ซึ่งความจริงก็มีอดีตผู้ว่าฯ อีกท่านนึงพูดไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้วคืออดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติ จะต้องถูกกดดัน จากการที่เราได้ยืนยันแล้วว่า คุณจะเรียกหาหลักฐานหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ความผิดปกติของการบริหารงบประมาณที่สามารถทำให้ได้มีประสิทธิภาพคุ้มค่าและโปร่งใสกว่านี้จะต้องเกิดขึ้น

และวันนี้ถ้าสิ่งที่เขาพูดว่า “ระบอบอากง” มีจริงถึงชนะไประบอบอากงยังไงก็อยู่ต่อไปไม่ได้ แล้วทำไมจะต้องให้เขาชนะ เพราะคนที่เปิดประเด็นตรงนี้ด้วยข้อมูลที่เอามาจากการตรวจสอบแบบวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เอาคำร่ำลือมา ได้เปิดเผยให้เห็นแล้วว่าสิ่งเหล่านี้ต้องมีการแก้ไข คนที่ควรจะเข้าไปแก้ไขก็คือคนที่เอาสิ่งเหล่านี้มาเปิดให้เห็นชัดเจน อนุชา บูรพชัยศรี

ผมจึงบอกกับทุก ๆ ท่านครับว่า เดี๋ยวผมต้องหยุดแล้ว เพราะเวลาหาเสียงเหลือน้อย จากวินาทีนี้ไปจนถึง 18.00 น. วันพรุ่งนี้ ท่านต้องไปหาเสียงให้กับคุณอนุชาและพรรคประชาธิปัตย์ อย่าหยุดนะครับ เพราะมันถึงเวลาแล้วที่เราต้องให้เมืองของเราเดินไปข้างหน้า ให้เมืองของเรามันน่าอยู่ และน่าเที่ยว ให้เมืองของเราสะอาด ไม่ใช่ในเชิงกายภาพ แต่เป็นการเมืองที่สะอาด สุจริต โปร่งใส ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้คือความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกเราชาวประชาธิปัตย์

ฉะนั้นในวันอาทิตย์นี้ ผู้ว่าเบอร์อะไรครับ เบอร์ 5 เบอร์อะไรครับ เบอร์ 5 สก. เบอร์อะไรครับ ผมไม่กล้าตัดสินครับ เอาเบอร์ที่เป็นประชาธิปัตย์ก็แล้วกัน แล้วเราจะได้เดินทางต่อเนื่องไปด้วยกันกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็น เมืองฟ้าอมร and more กราบขอบพระคุณทุกท่านครับ

#ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTH

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา