
‘สาทิตย์’ สับแลนด์บริดจ์ ซัดอุ้มทุนใหญ่-ฉีกทึ้งปักษ์ใต้ 14 จังหวัด ท้าเปิดข้อมูลอย่าปิดหูปิดตาชาวบ้าน ดันแผน ‘Southern Connect’ ประชาธิปัตย์สู้
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ที่สัปปายะสภาสถาน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาญัตติด่วนควบรวมสองเรื่อง โดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายยื่นญัตติด่วนขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแผนพัฒนาภาคใต้ถ้วนหน้า “Southern Connect” เชื่อมใต้เชื่อมโลก ซึ่งถูกนำมาพิจารณาในคราวเดียวกับญัตติตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ของ นายกรณ์ จาติกวณิช ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด
โดย นายสาทิตย์ เปิดฉากอภิปรายในฐานะคนปักษ์ใต้แท้ๆ ว่า โครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล เป็นโครงการที่คิดโดยคนกลุ่มเดียวจากข้างบน บังคับคนข้างล่าง และเป็นการทำเฉพาะจุด ได้ประโยชน์แค่ทุนบางกลุ่ม และกำลังฉีกทึ้งภาคใต้แยกเป็นส่วนๆ ทั้งที่คนใต้ 14 ล้านคนต้องแบกรับชะตากรรมและผลกระทบร่วมกัน
“ผมเป็นคนปักษ์ใต้ เกิดที่นั่น ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอยู่ที่นั่น ผมกังวลมากว่าโครงการยักษ์ขนาดนี้จะบดขยี้วิถีชีวิตคนปักษ์ใต้บ้านผมจนยับเยิน รัฐบาลอย่าทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน เอาตัวเลขล่อใจบอกจะจ้างงาน 280,000 ตำแหน่ง ถามจริงๆ เถอะ ทำท่าเรือสองข้าง คนสองแสนกว่าคนนั้นจะให้ไปทำอะไร ไปขายกล้วยริมถนน ขายส้มโอ ขายเงาะ หรือนับรวมคนขายที่ดินให้พวกนายทุนกว้านซื้อ? เรื่องนี้ต้องเอามาแฉใน กมธ. อย่าปิดหูปิดตาประชาชน” นายสาทิตย์ กล่าว
นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงคำแถลงข่าวที่เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ที่อ้างเรื่องภูมิรัฐศาสตร์โลกและความมั่นคงทางอาหารว่า เป็นคำกล่าวที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ เพราะแลนด์บริดจ์เป็นโครงการยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นบกข้ามฝั่งทะเล ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องอาหารการกิน และเมื่อไปเปิดผลการศึกษาของ สนข. ก็ระบุรายละเอียดไว้เพียงไม่กี่หน้า
“โครงการศึกษาของ สนข. เผยแพร่ในฉบับที่มี 5-6 หน้า เขียนประโยชน์ไปเยอะเลยมีอยู่ข้อหนึ่งผมสงสัยมากบอกจะเกิดการจ้างงาน 280,000 การจ้างงานต่อคน คำถามมีมากเลยครับทำแลนด์บริดจ์ 2 ข้าง มีท่าเรือ 2 ข้าง 280,000 คนนี้ทำงานอะไรเหรอครับ ขายกล้วยริมถนนเหรอฮะ ขายส้มโอขายเงาะเหรอครับ หรือว่า280,000 นับคนขายที่ดินให้คนกว้างซื้อ นี่ครับทั้งหมดนี้ต้องไปในกรรมาธิการไปคุยไปเปิดกัน อย่าปิดตาปิดหูปิดการรับรู้ของชาวบ้านครับ นี่เรื่องใหญ่มาก” นายสาทิตย์ กล่าว
พร้อมกับได้เสนอแนวคิดเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์มีพิมพ์เขียวทางเลือก “Southern Connect” ที่สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจปักษ์ใต้แท้ๆ เน้นเกษตรและท่องเที่ยว และไม่ใช่การเสี่ยงโชคเพื่อให้กองเรือนอกมาใช้บริการ แต่เป็นโปรเจกต์ที่กระจายรายได้อย่างทั่วถึง ซึ่งประกอบด้วย
1. มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-นราธิวาส (4 แสนล้านบาท)
2. รถไฟทางคู่ไฟฟ้า กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ + ท่าเรือบก (2.8 แสนล้านบาท) เชื่อมโยงขนส่งสินค้าเกษตรยิงตรงสู่ตลาดมาเลเซีย-สิงคโปร์
3. รถไฟทางคู่ สุราษฎร์ฯ-ภูเก็ต-พังงา (1.9 แสนล้านบาท) + สะพานเชื่อมเกาะสมุย (7.4 หมื่นล้านบาท) บูมการท่องเที่ยวอ่าวไทย-อันดามันให้กระหึ่มโลก
4. พัฒนาท่าเรือเทพา ต่อสายตรงขนส่งสินค้าเกษตรแปรรูปไปถึงฝั่งปีนัง
สำหรับในช่วงท้ายของการอภิปราย นายสาทิตย์ ได้ยกตัวอย่าง จังหวัดระนอง ซึ่งได้วางเป้าเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นประตูอันดามัน Green Economy แต่หากมีโครงการแลนด์บริดจ์ จะทำให้ท่าเรือน้ำลึกไปลงตรงพื้นที่ชุ่มน้ำและเขตอุทยาน ธุรกิจ SME โรงแรม โฮมสเตย์พังพินาศ เอาเงินเยียวยากี่แสนล้านก็ซื้อธรรมชาติคืนมาไม่ได้ เช่นเดียวกับชุมพรที่เป็นเมืองราชาผลไม้ ทั้งทุเรียน กาแฟ ปาล์มน้ำมัน วันดีคืนดีรัฐบาลจะเอาแลนด์บริดจ์ไปตัดกลางสวนทุเรียนชาวบ้าน
“สภาฯ ต้องตั้ง กมธ.วิสามัญ ขึ้นมาขุดคุ้ยความจริง เอาข้อมูลมากางให้คนใต้ 14 ล้านคน และคนไทยทั้งประเทศตัดสินใจร่วมกัน รัฐบาลจะมาอ้างว่ามีคณะทำงานแล้วไม่ได้ สส.ปักษ์ใต้คนไหนถ้ามีความเห็นว่าไม่ต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ต้องตอบคนบ้านเราด้วยว่าปิดหูปิดตาคนบ้านเราทำไม” นายสาทิตย์ กล่าวทิ้งท้าย
#ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTH #แลนด์บริดจ์
