
“การดี” เสนอพลิกวิกฤตราคาตก เปลี่ยน “อาหาร” เป็น “สารอาหาร” มูลค่าพุ่ง 200 เท่า
29 เม.ย.2569 รัฐสภา – ดร.การดี สส.ปชป. สรุปญัตติปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ สะท้อนใจเกษตรกรเหมือน ‘ลูกจ้างในไร่ตัวเอง’ แบกต้นทุนพุ่งแต่รายได้หด จี้รัฐเลิกแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ชูยุทธศาสตร์ ‘เกษตรแม่นยำ’ เปลี่ยนสินค้าแมสเป็นสินค้าพรีเมียม เพิ่มมูลค่าสูง 200 เท่า หวังสร้างรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้พี่น้องชาวนาชาวไร่
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในญัตติขอให้สภาฯ พิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ โดยระบุถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงว่า แม้ผลผลิตจะออกสู่ตลาดจำนวนมาก แต่รายได้ของเกษตรกรกลับสวนทางหดตัวอย่างน่าตกใจ ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยภายนอกที่ควบคุมยาก เช่น การส่งออกชะลอตัว และการเข้ามาแย่งตลาดของคู่แข่งอย่างอินเดียและเวียดนาม
พร้อมกับได้ชี้ให้เห็นภาพสะท้อนว่า ทุกวันนี้เกษตรกรไทยยังติดอยู่ในวงจรการขายวัตถุดิบปริมาณมหาศาลในราคาต่ำ จนมีสภาพไม่ต่างจาก “ลูกจ้างในไร่ของตัวเอง” ไม่มีอำนาจต่อรอง และต้องแบกภาระค่าปุ๋ยค่าน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นตลอดเวลา ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องมีวิสัยทัศน์ที่ไกลกว่าการเยียวยาชั่วคราว แต่ต้องวางแผนเชิงรุกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ดร.การดี ได้เสนอทางออกซึ่งจะเป็นการสร้างความหวัง โดยให้เปลี่ยนมุมมองจากการส่งออก “วัตถุดิบ” ไปเป็นการส่งออก “สารอาหาร” หรือสินค้าเกษตรเกรดพิเศษ เช่น ยางพาราเกรดการแพทย์ หรือน้ำมันปาล์มสำหรับเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าเดิมถึง 200 เท่า
“เราต้องอยู่เหนือเกม (Ahead of the game) ก่อนที่คู่แข่งจะตามทัน” ดร.การดีกล่าว
พร้อมกับได้มีข้อเสนอที่สำคัญเพิ่มเติมคือการให้รัฐลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ทั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนพลังงาน ระบบ IoT และ “เกษตรแม่นยำ” (Precision Agriculture) ไปจนถึงการทำ Zoning และวิจัยเมล็ดพันธุ์ที่ทนต่อสภาวะโลกรวน เพื่อให้เกษตรกรไทยยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง
สำหรับในช่วงท้าย ดร.การดี ได้ย้ำถึงความจำเป็นในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อบูรณาการทุกกระทรวงให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งหวังให้เกิดการออกแบบอนาคตที่เกษตรกรไทยจะเป็นเจ้าของมูลค่าและรายได้อย่างแท้จริง เพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยสืบไป
