เรียนปริญญาตรีฟรีสาขาที่ตลาดต้องการ
จากข้อมูลสรุปผลการสำรวจในปัจจุบันพบว่าคนไทยสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเพียง 12.1% เมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด ประเทศไทยจึงขาดแคลนแรงงานวิชาชีพทักษะสูงที่มีคุณภาพจำนวนมาก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยการสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของคนทั่วโลกอยู่ที่ 44% แสดงให้เราเห็นถึงสัดส่วนประชากรของไทยที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของไทยน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเกือบ 4 เท่า เมื่อสัดส่วนของผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีน้อย ก็จะเกิดปัญหาของปริมาณแรงงานที่มีศักยภาพมีจำนวนน้อยกว่าหลากหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ประเทศไทยเกิดความยากลำบากในการแข่งขันบนเวทีเศรษฐกิจกับประเทศที่มีความพร้อมทางด้านแรงงานที่มีศักยภาพสูงที่มีสัดส่วนและความพร้อมมากกว่า
การเพิ่มจำนวนประชากรที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจึงเป็นปัจจัยสำคัญของตวามก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของชาติยุคปัจจุบัน ฉะนั้นรัฐจึงต้องสนับสนุนให้คนในประเทศได้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับปริญญาตรีให้มากขึ้น ด้วยการสร้างโอกาสในการให้คนเข้าถึงการศึกษาในระดับปริญญาตรีมากขึ้น โดยรัฐบาลจะอุดหนุนค่าเรียน(ค่าหน่วยกิต) สำหรับการศึกษาในระดับปริญญาตรีให้กับผู้ที่ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี เพื่อจูงใจให้คนมาศึกษาระดับปริญญาตรีมากขึ้น สิ่งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงงานที่มีศักยภาพสูงมาพัฒนาประเทศมากขึ้นต่อไป
การเพิ่มจำนวนประชากรที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี
จึงเป็นปัจจัยสำคัญของตวามก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและ
สังคมของชาติยุคปัจจุบัน
“การเรียนปริญญาตรีฟรี” จะกลายมาเป็นสวัสดิการเพื่อให้คนไทยทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษา สิ่งนี้จะช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ และทักษะ ของประชาชนให้มีความรู้ความสามารถมากยิ่งขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาให้กับผู้มีรายได้น้อยได้มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้การเรียนปริญญาตรีฟรี มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น จึงมีแนวทางในการลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นเพื่อมาสนับสนุนและ แนวทางในการปรับแก้กฎหมายให้รัฐต้องสนับสนุนให้เด็กทุกคนให้ได้รับการศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้ารับการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นสวัสดิการสำหรับคนไทยทุกคนต่อไป
นอกจากนโยบายหลักที่อุดหนุนค่าเรียนเพื่อให้ประชนชนได้รับสวัสดิการในการเรียนปริญญาตรีฟรีแล้ว ยังมีนโยบายในการช่วยสนับสนุนค่าครองชีพ และสนับสนุนการสร้างรายได้ สร้างอาชีพระหว่างเรียน เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ และสร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะให้กับผู้เรียน
จากรายงานของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้มีการสำรวจสมรรถนะ บุคลากรในอนาคตสำหรับ 12 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (พ.ศ. 2563- 2567) พบว่า ต้องการแรงงานที่มีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ เกี่ยวข้องมากกว่า 1.5 แสนอัตรา ภายในระยะเวลา 5 ปี
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องทักษะของตลาดแรงงาน ปัจจุบัน พรรคประชาธิปัตย์ จึงมีนโยบาย “เรียนฟรี ถึงระดับปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ” เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ นวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ ซึ่งสามารถตอบสนองต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในปัจจุบัน เช่น อุตสาหกรรมหุ่นยนต์, อุตสาหกรรมดิจิตอล อุตสาหกรรม การบินและโลจิสติกส์ เป็นต้น ภายใต้แนวคิด “การตลาดนำการผลิต” เพื่อ ผลิตบัณฑิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน
ทั้งนี้ นโยบาย “เรียนฟรี ถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ” ให้หมายรวมถึง สาขาวิชาอื่น ๆ ในอนาคตที่อาจมีบัณฑิตจบการศึกษา น้อยลง และมีแนวโน้มกระทบต่อตลาดแรงงาน โดยนโยบายนี้ จะ เอื้ออำนวยให้ตลาดแรงงานเกิดความสมดุลในระยะยาว ส่งผลดีต่อระบบ เศรษฐกิจในภาพรวม และแก้ไขปัญหาการว่างงานของบัณฑิตจบใหม่
ความต้องการตลาดแรงงานใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งชาติ (สอวช.) สำรวจความต้องการทักษะแรงงานในอนาคต (พ.ศ. 2563 – 2567) สำหรับ 12 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ดังนี้
|
1. อุตสาหกรรมดิจิทัล |
30,742 |
ตำแหน่ง |
|
2. อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ |
29,289 |
ตำแหน่ง |
|
3. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร |
17,732 |
ตำแหน่ง |
|
4. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี/เชิงสุขภาพ |
15,432 |
ตำแหน่ง |
|
5. อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ |
14,907 |
ตำแหน่ง |
|
6. อุตสาหกรรมพัฒนาบุคลากรและการศึกษา |
13,306 |
ตำแหน่ง |
|
7. อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต |
12,458 |
ตำแหน่ง |
|
8. อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ |
12,231 |
ตำแหน่ง |
|
9. อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ |
10,020 |
ตำแหน่ง |
|
10. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ |
9,836 |
ตำแหน่ง |
|
11. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ |
6,434 |
ตำแหน่ง |
|
12. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ |
5,219 |
ตำแหน่ง |
