ใบบัตรใบเดียวไปได้ทุกที่
ในปัจจุบันการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องมาจากรถไฟฟ้าหลายสายเริ่มทยอยเสร็จ เส้นทางที่ครอบคลุมการเดินทางมากขึ้น สร้างความสะดวกสะบายให้กับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะแก่ประชาชน แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่ชาวกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้เจอ คือ เรื่อง ของ ปัญหาค่าโดยสารที่ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ขั้นต่ำ และปัญหาความซ้ำซ้อนของบัตรโดยสารที่มีหลากหลายสาย ที่มีหน่วยงานผู้ดูแลแตกต่างกัน ขาดการบูรณาการร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
ระบบขนส่งสาธารณะที่มีหลากหลายประเภทและขาดการบูรณาการจากหลายหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างจริงจัง ทำให้เกิดภาระต่าง ๆ ไปตกอยู่กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ภาระค่าโดยสาร” ที่ประชาชนจะต้องจ่ายค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเวลาเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง และยังสร้างความลำบากในการพกบัตรโดยสารหลายประเภทให้กับประชาชนอีกด้วย แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการหาทางในการแก้ปัญหา เช่น การออกบัตรแมงมุม หรือ การนำที่สแกนที่สามารถรองรับ ชิป EMV บนบัตรเครดิต และบัตรสวัสดิการของรัฐ มาใช้ในรถไฟฟ้าบางสาย แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จในภาพรวมเท่าที่ควร
มีหลากหลายประเทศในโลกที่มีการนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ โดยแต่ละประเทศจะมีจุดเด่นการใช้งานตั๋วร่วมแตกต่างกัน ตามบริบทของแต่ละประเทศ
พรรคประชาธิปัตย์มีแนวคิดในการผลักดันนโยบายเพื่อให้ประชาชนได้มีสิทธิในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกด้วยนโยบาย “บัตรใบเดียวไปได้ทุกที่ มีส่วนลดค่าโดยสาร” โดยอาศัยแนวคิดการมี “บัตรใบเดียว” ที่สามารถใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะและชำระบริการอื่น ๆ ทุกรูปแบบ ที่มีลักษณะคล้าย “บัตรเดบิต” และ “มีส่วนลดค่าโดยสาร” เพื่อเป็นหนึ่งในกลไกกระตุ้นให้คนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทาง มีแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้นโยบายสามารถทำได้จริงคือ สนับสนุนการออกกฎหมายจัดการระบบตั๋วร่วมแบบบูรณาการ พัฒนาระบบโครงสร้างทางกายภาพให้รองรับการใช้งานบัตรใบเดียว นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมารองรับการบริหารและจัดการตั๋วร่วม และการลดค่าโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะให้กับประชาชน
พรรคประชาธิปัตย์มีแนวคิดในการผลักดันนโยบายเพื่อให้ประชาชนได้มีสิทธิในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกด้วยนโยบาย “บัตรใบเดียวไปได้ทุกที่ มีส่วนลดค่าโดยสาร” โดยอาศัยแนวคิดการมี “บัตรใบเดียว” ที่สามารถใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะและชำระบริการอื่น ๆ ทุกรูปแบบ ที่มีลักษณะคล้ายบัตรเดบิต และ “มีส่วนลดค่าโดยสาร” เพื่อเป็นหนึ่งในกลไกกระตุ้นให้คนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทาง มีแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้นโยบายสามารถทำได้จริงคือ
สนับสนุนการออกกฎหมายจัดการระบบตั๋วร่วมแบบบูรณาการ
การออกกฎหมายจัดการระบบตั๋วร่วมจะทำให้การบริหารจัดการเป็นไปในทิศทางที่ชัดเจนมายิ่งขึ้น โดยจะมีการจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลและบริหารจัดการตั๋วรูปโดยเฉพาะ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน และแนวทางที่ได้วางไว้ โดยเป็นหน่วยงานมีหน้าที่
- เป็นหน่วยงานกลางประสานงานกับหน่วยงานที่กำกับดูแลและให้บริการระบบขนส่งมวลชนประเภทต่าง ๆ ให้มีความเป็นเอกภาพในการกำหนดใช้บัตรโดยสารใบเดียวเป็นหลัก
- กำหนดมาตรฐานทางเทคโนโลยี ขอบเขตหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ของระบบตั๋วร่วมและรูปแบบของระบบตั๋วร่วมให้มีความปลอดภัยกับประชาชน
- บริหารจัดการกองทุนตั๋วร่วม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนและส่งเสริมการใช้ระบบตั๋วร่วม และระบบขนส่งสาธารณะ
- กำหนดค่าโดยสารให้ชัดเจน โดยเฉพาะค่าแรกเข้าเวลาประชาชนเปลี่ยนประเภทการเดินทาง โดยราคาค่าโดยสารมีความเหมาะสมกับรายได้ของประชาชน และมีความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่กำกับดูและให้บริการ
พัฒนาระบบโครงสร้างทางกายภาพให้รองรับการใช้งานบัตรใบเดียว
พัฒนาระบบโครงสร้างทางกายภาพไม่ว่าจะเป็นระบบเติมเงิน ระบบการเก็บค่าบริการ ในระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท ให้สามารถรองรับการใช้งานบัตรใบเดียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้โครงการก่อสร้างระบบขนส่งสาธารณะในอนาคตจากถูกกำหนดเงื่อนไขให้ระบบการเก็บค่าบริการต้องสามารถรองรับการใช้บริการด้วยบัตรใบเดียวได้ เพื่อลดการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนในการพัฒนาระบบโครงสร้าง
นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมารองรับการบริหารและจัดการตั๋วร่วม
มีการนำระบบเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารและจัดการตั๋วร่วม ในส่วนของการบริหารจัดการรายได้ของส่วนการ หรือ “Central Clearing House” และมีการนำปัญหาประดิษฐ์มาช่วยในการประมวลผลในการคิดคำนวณราคาค่าแรกที่มีความซ้ำซ้อน จากการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง เช่น การเปลี่ยนรถไฟฟ้าจากสายหนึ่งไปอีกสายหนึ่ง โดยปกติเราจะต้องเสียค่าแรกเข้า 2 รอบ แต่ระบบจะช่วยในการประมวลผลว่า บุคคลนี้เปลี่ยนประเภทการเดินทาง ไม่ใช่เข้าใช้บริการอีกประเภทใหม่ โดยระบบพิจารณาจากระยะเวลา ตำแหน่งสถานที่ ออกจากระบบเดิมไปเข้าระบบหมด เมื่อตรงกับเงื่อนไขระบบจะคิดค่าแรกเข้าในการหักค่าบริการค่าโดยสารเพียงครั้งเดียว หรือ มีส่วนลดค่าแรกเข้าในระบบที่ 2 และยังมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เช่น ระบบชำระค่าโดยสารผ่านระบบแอปพลิเคชันของธนาคาร เป็นต้น
การลดค่าโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะให้กับประชาชน
การมีส่วนลดค่าโดยสารจะสามารถกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น เพราะประหยัดกว่าการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว พรรคประชาธิปัตย์มีแนวคิดในการลดค่าโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะให้กับประชาชน ดังนี้
1. “รัฐบาลเป็นตัวกลางในการจัดซื้อตั๋วในการล่วงหน้าให้กับประชาชน” โดยนำตั๋วการเดินทางที่ได้มาคิดค่าบริการกับประชาชนโดยไม่คิดผลกำไร ทำให้ประชาชนได้ส่วนลดค่าโดยสารในราคาที่ถูกลง
2. “รัฐบาลช่วยอุดหนุน” หรือ “Subsidize” ค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะให้กับประชาชน โดยนำงบประมาณมาจากภาษีรถยนต์ส่วนบุคคล ภาษีน้ำมัน งบประมาณจากรัฐบาลเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรืองบประมาณที่ได้จากผลประโยชน์ของการพัฒนาพื้นที่รอบระบบขนส่งมวลชน หรือ Transit Oriented Development (TOD) มารวมเป็นงบกองทุนตั๋วร่วม เพื่อใช้ในการอุดหนุนค่าโดยสารให้กับประชาชน
3. “ส่วนลดค่าโดยสารจากค่าแรกที่ไม่คิดซ้ำซ้อน” สำหรับการเปลี่ยนประเภทการเดินทาง
