ตัดวงจรสแกมเมอร์ 360 องศา

ไม่ทน

1. ถูกหลอกจนหมดตัวในเวลาอันสั้น
อาชญากรรมออนไลน์พัฒนาเร็ว ใช้เทคโนโลยีและช่องโหว่ของระบบการเงิน ทำให้ประชาชนสูญเงินจำนวนมากโดยตั้งตัวไม่ทัน

2. ระบบป้องกันกระจัดกระจาย และล่าช้า
การตรวจจับ การแจ้งเตือน และการอายัดเส้นทางการเงินไม่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เปิดช่องให้เงินถูกโอนออกนอกระบบอย่างรวดเร็ว

3. ผู้เสียหายขาดระบบเตือนภัยและการเยียวยาทันท่วงที
ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถตรวจสอบความเสี่ยงก่อนโอนเงิน และเมื่อถูกหลอกแล้วไม่มีกลไกช่วยเหลือเบื้องต้นเพียงพอ

เปลี่ยน

แก้ปัญหาสแกมเมอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ตัดเส้นทางเงิน จนถึงการเยียวยา

1. ตรวจจับเชิงรุกด้วย AI Fraud Radar
ใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์พฤติกรรมทางไซเบอร์และธุรกรรมที่เข้าข่ายหลอกลวง พร้อมเชื่อมระบบแจ้งเตือน Scam Shield Thailand และแอปตรวจสอบเบอร์–บัญชีก่อนโอน เพื่อหยุดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง

2. กำกับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและ Travel Rule
บังคับผู้ให้บริการ Cryptocurrency รวบรวมข้อมูลผู้ส่ง–ผู้รับทุกธุรกรรม และเปิดเผยเส้นทางการเงินเพื่อระบุตัวผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner (UBO))

3. เร่งรัดกระบวนการยุติธรรมต่อขบวนการฟอกเงิน
ดำเนินคดีกับผู้บงการ ผู้ได้ประโยชน์ และผู้ช่วยโอนทรัพย์สิน พร้อมเพิ่มอำนาจ ก.ล.ต. อายัดธุรกรรมและหลักทรัพย์ชั่วคราวเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย

4. ควบคุมธุรกรรมโลหะมีค่าและอัญมณี
กำหนดให้ร้านทองและร้านอัญมณีรายงานธุรกรรมเงินสดเกินเกณฑ์ และธุรกรรมผิดปกติตามมาตรฐาน FATF/FINCEN

5. กำกับการเงินวัด–มูลนิธิ–องค์กรไม่แสวงหากำไร
บังคับเปิดเผยข้อมูลการบริจาค (Donor Due Diligence) งบการเงินสาธารณะ และมีระบบรายงานธุรกรรมน่าสงสัย (STR) พร้อมการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระทุกปี

6. กองทุนเยียวยาผู้เสียหายจากสแกมเมอร์
จัดตั้งกองทุนสำรองเงินเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายเบื้องต้น โดยใช้เงินจากการยึดทรัพย์ผู้ต้องหาในคดีสแกมเมอร์ ลดผลกระทบต่อชีวิตและการดำรงชีพของประชาชน

7. พัฒนาระบบติดตามธุรกรรมข้ามพรมแดนแบบบูรณาการ
เชื่อมข้อมูลหน่วยงานความมั่นคง การเงิน และดิจิทัล เพื่อปิดช่องโหว่ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางของเส้นทางการหลอกลวง

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา