โรงเรียนดีมีสุข ครูและนักเรียน ปลอดภัย

ไม่ทน

1. ความไม่ปลอดภัยในโรงเรียน
นักเรียนและครูเผชิญความเสี่ยงจากบูลลี่ ความรุนแรง และปัญหาสุขภาพจิต โดยระบบป้องกันมักเข้ามาหลังเกิดเหตุแล้ว

2. ครูถูกดึงเวลาออกจากการสอน
ระบบประเมินคุณภาพโรงเรียนเน้นเอกสาร ทำให้ครูเสียเวลาไปกับงานธุรการมากกว่าการดูแลนักเรียน

3. สมาธิการเรียนถูกรบกวน
การใช้โทรศัพท์มือถือและเนื้อหาในโซเชียลมีเดียที่ไม่เหมาะสม ส่งผลต่อสมาธิ สุขภาพจิต และพฤติกรรมของเด็ก

เปลี่ยน

ยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก ลดภาระครู และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สมดุล

1. ความปลอดภัยเชิงรุกด้วย AI
ใช้ AI Early Warning System และกล้อง CCTV วิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยง เพื่อป้องกันบูลลี่ ความรุนแรง และปัญหาสุขภาพจิตก่อนเกิดเหตุ

2. ทีมดูแลฉุกเฉินในโรงเรียน
จัดตั้ง Rapid Response Team ในโรงเรียน ประกอบด้วยครูแนะแนว ครูประจำชั้น และนักจิตวิทยา พร้อมเสริมทักษะ Psychological First Aid และดูแลสุขภาพกาย–ใจด้วยทีมสหวิชาชีพ

3. ใช้ข้อมูลเพื่อดูแลรายบุคคล
ใช้ Big Data ติดตามภาวะโภชนาการและสุขภาพนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาเป็นรายบุคคลอย่างตรงจุด

4, ประเมินเพื่อพัฒนา ไม่เพิ่มภาระ
ปรับระบบประเมินของ สมศ. ให้เน้นข้อมูลที่ผู้ปกครองใช้ได้จริง และเชื่อมกับการจัดสรรงบประมาณ โดยลดการประเมินเชิงเอกสารที่เพิ่มภาระครู

5. คืนสมาธิให้เด็กไทย
กำหนด No Mobile Zone ในบางพื้นที่และช่วงเวลาในโรงเรียน พร้อมประสานแพลตฟอร์มออนไลน์ควบคุมเนื้อหาสำหรับเด็กและเยาวชน และส่งเสริมการกำกับตนเองของผู้สร้างเนื้อหา

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา