
คำต่อคำ การอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวาระรับทราบรายงานประจำปี 2567 และ 2568 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
คำต่อคำ การอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ในวาระรับทราบรายงานประจำปี 2567 และ 2568 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569
ท่านประธานที่เคารพ กระผมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ก่อนอื่น ผมขอให้กำลังใจ และแสดงความชื่นชมกับ กสศ. ซึ่งได้ทำหน้าที่ในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ หรือสร้างความเสมอภาคทางการศึกษามาต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี
ผมเชื่อว่าท่านผู้จัดการ ผู้บริหารคงทราบดีว่า แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องของการมีกองทุนนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งผมได้พยายามผลักดันมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553-54 และความจริงแล้วก็ประสงค์จะเห็นกองทุนลักษณะนี้มีภารกิจและมีทรัพยากรที่กว้างขวางมากกว่านี้ และสามารถที่จะดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามา ไม่เพียงแต่มุ่งในเรื่องของความเสมอภาคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาคู่ขนานไปกับการทำงานของส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อให้การศึกษาของเรานั้นไม่เพียงไปถึงพี่น้องประชาชน ลูกหลานเราทุกคน แต่ว่าเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ ยืดหยุ่น และก็ตอบโจทย์ของเศรษฐกิจสังคมไทยได้
อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ที่จริงสำหรับหน่วยงานนี้ในช่วงที่ผมไม่ได้อยู่ในการเมืองอยู่ในสภาแห่งนี้ ก็ยังได้เห็นเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ หลายพรรคแสดงความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของความเพียงพอของงบประมาณในการปฏิบัติภารกิจนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี และวันนี้จากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็เห็นได้ชัดนะครับว่า สภาแห่งนี้ต้องการที่จะสนับสนุนการทำงานของท่านจริง ๆ
สิ่งที่อยากจะกราบเรียนสำหรับตัวรายงาน ซึ่งท่านรายงานมาที่ทางสภาผู้แทนราษฎรด้วย ผมเข้าใจว่าได้รายงานไปที่คณะรัฐมนตรีแล้ว คือประเด็นนี้ครับ สำหรับผมแล้วการที่ท่านรายงานคณะรัฐมนตรีก็ดี หรือการที่ท่านรายงานสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ผมหวังที่จะเห็นการทำงานของฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อที่จะมาช่วยตอบโจทย์ท่านได้ดีขึ้น ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนก็จึง จริง ๆ ถ้าประเด็นแรกที่อยากจะสอบถามนะครับท่านประธานก็คือว่า ผมอยากทราบว่าท่านรายงานคณะรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรีมีปฏิกิริยาอะไร อย่างไร และมีการตอบสนองอย่างไรบ้าง เช่นเดียวกันสิ่งที่ผมเสียดายก็คือว่า ผมมองว่าเมื่อท่านจะต้องรายงานสภาผู้แทนราษฎร สิ่งหนึ่งซึ่งท่านน่าจะนำเสนอด้วยก็คือ ท่านมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องของกฎหมายที่เป็นข้อจำกัดในการทำงานของท่านในเรื่องอะไร ซึ่งถ้าท่านนำเสนอมาก็จะเป็นประโยชน์ในการที่พวกเราจะได้ช่วยกันตอบสนองทำหน้าที่ของเราในการทำกฎหมายให้กับท่านนะครับ
ผมจะขอพูดถึงการเชื่อมโยงตรงนี้เป็นส่วนสำคัญเพราะว่า แท้ที่จริงแล้วมันมีอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารของกองทุนอยู่ข้อหนึ่ง ก็คือการเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการและผลการศึกษาวิจัยหรือค้นคว้าที่เป็นประโยชน์ต่อการลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ผมไม่แน่ใจนะครับว่า ผมอ่านรายงานละเอียดพอหรือไม่ แต่ผมยังไม่ได้เห็นว่าท่านเคยทำข้อเสนออะไรบ้างถึงคณะรัฐมนตรี และสิ่งที่ผมจะนำเสนอจากนี้ไปก็คือจากรายงานของท่าน ท่านได้สะท้อนปัญหามาอย่างน้อย ๆ 3 ข้อ ที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญมาก และผมเห็นว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่ เครื่องมือที่ท่านมีอยู่ อย่างไรก็ไม่พอ ตราบเท่าที่หน่วยงานอื่น ๆ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษานั้นไม่มีการการเปลี่ยนแปลง
ข้อแรกท่านยังได้สะท้อนให้เห็นว่า เรามีเด็กจำนวนมหาศาล 600,000 ใช่มั้ยครับ ที่ไม่อยู่ในระบบ หรือไม่พบชื่ออยู่ในระบบการศึกษา ฟังดูก็อาจจะเถียงกันได้ครับ มากไป น้อยไป แต่ท่านประธานกับผมต้องคิดอย่างนี้นะครับ กฎหมายสูงสุดของประเทศ เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว บอกว่าคนไทยทุกคน ต้องได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงมีคุณภาพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พูดง่าย ๆ ก็คือว่าพวกเราที่ทำงานในภาครัฐ บอกว่าเราจัดการศึกษาฟรีให้กับเด็ก ตามกฎหมายสูงสุดของประเทศ 30 ปีแล้ว แต่ 30 ปีผ่านไป เหตุใดเรายังมีเด็ก 600,000 คนที่ไม่ได้ใช้สิทธินี้
ประเด็นของผมเป็นอย่างนี้ครับ เครื่องมือที่ผ่านมา ก่อนที่เราจะมี กสศ. 1. เรามีกฎหมาย เราเริ่มจากการศึกษาภาคบังคับ ท่านประธานก็ทราบดีเพราะว่าท่านก็คลุกคลีอยู่กับวงการการศึกษา ขยายมาโดยลำดับครับ จนกระทั่งปัจจุบันก็บอกว่า 9 ปี แล้วเราก็พยายามผลักดันนโยบายเรียนฟรี 6 ปี 9 ปี 12 ปี 15 ปี จริง ๆ พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็พยายามนำเสนอว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มันลดลงไปอีกได้อย่างไร พูดถึงอาหารเช้า พูดถึงการจัดรถโรงเรียน หรืออะไรก็แล้วแต่
สิ่งที่ผมอยากจะถาม หรือนำเสนอนะครับ ท่านไม่จำเป็นต้องตอบ แต่ว่าอาจจะเป็นข้อเสนอแนะ เป็นการบ้านให้กับท่าน ก็คือว่าเราอาจจะต้องมาทบทวนมั้ยครับว่า ไอ้ที่เราจะให้การศึกษาฟรีนี้ เราจัดแบบเดิม ๆ ไม่ได้ เป็นไปได้มั้ยว่า ต่อไปนี้เราต้องจัดเป็นคูปอง หรือเงินไปถึงมือเด็ก เขาจะได้เอาไปใช้ แล้วก็สามารถเข้าถึงระบบการศึกษา สิ่งที่ท่านทำอยู่ในการตามเก็บเด็กที่เข้าไปไม่ได้ ออกจากโรงเรียนนี้ กระผมเห็นว่าท่านทำดีอยู่แล้ว เพียงแต่ผมบอกว่าถ้าเราจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ มันถึงเวลาหรือยัง ที่เราต้องมาทบทวนว่าวิธีการอุดหนุนหรือจูงใจ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน ทั้ง ๆ ที่เราบอกว่า เขามีสิทธิ์เรียนฟรี 12 ปี เป็นอย่างน้อย แต่มันไม่เกิดผล
ผมอยากเห็นแนวทางของการนำเสนอระบบตรงนี้ ไปสู่คณะรัฐมนตรี แล้วท่านยังมีโอกาสที่ดีด้วย เพราะปัจจุบันนี้ เรายังอยู่ในกระบวนการจัดทำกฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ อยากเห็นข้อเสนอจาก กสศ. ครับ ว่ากฎหมายการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จะต้องออกแบบอย่างไร เพื่อมาแก้ไขปัญหาเด็กที่ตกหล่นจากระบบโรงเรียน และแก้ปัญหาในเรื่องของความเหลื่อมล้ำ
อย่าลืมนะครับท่านประธานครับ ทุกวันนี้เราบ่นกันว่าเด็กน้อย เกิดข้อจำกัดเรื่องทรัพยากร มันไม่ควรจะมีแล้ว งบประมาณเท่าเดิม ปล่อยไปอีก 5 ปี ต่อหัวก็เพิ่มขึ้น ไม่รู้กี่เปอร์เซ็นต์ เกือบจะเป็นเท่าตัวก็ยังเป็นได้ เพราะเด็กเกิดน้อยลงเรื่อย ๆ ฉะนั้นแก้ที่ต้นเหตุ มาช่วยกันคิดครับว่า จะจัดระบบการอุดหนุนเรื่องการศึกษาเพื่อให้คนทุกคนเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างไร
ข้อที่ 2 ท่านได้สะท้อนประเด็นในเรื่องของคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างโรงเรียนขนาดเล็กกับโรงเรียนขนาดปกติ หรือขนาดใหญ่ ซึ่งดูเป็นปัญหาเรื้อรังนะครับ เราพูดเรื่องนี้กันมาหลายครั้ง แต่ผมเข้าใจว่าท่านกับผมนี้เห็นคล้าย ๆ กันว่า คำตอบไม่ใช่มุ่งจะไปยุบโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันผมคิดว่ามันมีโอกาสที่ดีขึ้นไปกว่านั้น ก็ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่นเดียวกันครับ ผมอยากเห็นท่านทำข้อเสนอถึงคณะรัฐมนตรี ว่าทำอย่างไรจะสามารถยกระดับคุณภาพของโรงเรียนขนาดเล็กได้ มากกว่าการที่เรายังพยายามจะคิดถึงเรื่องการยุบโรงเรียนเหล่านี้ แบบนี้ เป็นต้น
ฝากอีกเรื่องนึงก็คือว่า ในปัจจุบันหลายโรงเรียนที่ยังไม่ถูกยุบ เกิดปัญหาใหม่ก็คืออยู่ได้ เพราะรับเด็กต่างด้าวเข้าไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาด้วย ผมก็อยากเห็นรายงานหรือการศึกษารวมไปถึงข้อเสนอในเรื่องนี้ด้วยนะครับ นั่นเป็นเรื่องที่ 2
เรื่องสุดท้ายครับ สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ นอกจาก 2 เรื่องนี้ที่ท่านสะท้อนมาแล้ว ท่านยังได้สะท้อนปัญหาเรื่องของภัยพิบัติที่เข้ามากระทบ ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นข้ออ้าง หรือเหตุผลเลยที่ทำให้โอกาสทางการศึกษาถูกทำลายได้มากมายขนาดนี้ ที่จริงแล้วเพื่อนสมาชิกของผมในสภาชุดนี้ เดือนที่ผ่านมาอย่างน้อย ๆ 2 ท่าน ท่าน สส. กฤตย์อิชย์ (ภาคย์อิชณน์) ท่าน สส. อัมพร (พินะสา) ได้สะท้อนให้เห็นว่าเป็นไปได้อย่างไร เวลาภัยพิบัติมานั้น เด็กต้องสูญเสียโครงสร้างของโรงเรียนไปถึงเกือบ 2 ปี กว่าจะได้สภาพคืนกลับมา ซึ่งมันเป็นการสูญเสียที่ไม่ควรจะเป็น อยากเห็นกองทุนครับ ทำข้อเสนอถึงคณะมนตรีเหมือนกันว่า เวลาเกิดกรณีแบบนี้แล้ว การระดมทรัพยากร การทำให้กระบวนการในการฟื้นฟูมันเร็วจะทำได้อย่างไร
ทั้งหมดนี้ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำงานของท่าน แต่ย้ำอีกครั้งครับ ท่านก็ทำคนเดียวไม่ได้ วันนี้ท่านก็กรุณาขอบคุณหลายภาคส่วน แต่สิ่งที่ผมเห็นขาดหายไปมากที่สุดก็คือ การเชื่อมโยงระหว่างท่านกับคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ
