
เก็บภาษีจากกำไรของการขายหุ้นหลังนำบริษัทเข้าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (Pre-IPO Equity Appreciation Tax)
ไม่ทน
1. ความไม่เป็นธรรมทางภาษี
กำไรจำนวนมากจากการเพิ่มมูลค่าหุ้นก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ตกกับผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่ไม่ได้ถูกจัดเก็บภาษีในลักษณะเดียวกับรายได้หรือกำไรจากแหล่งอื่น
2. ภาระภาษีตกกับคนทำงานทั่วไป
รายได้จากแรงงานและธุรกิจขนาดเล็กถูกเก็บภาษีตามระบบปกติ ขณะที่กำไรลาภลอยจากการเพิ่มมูลค่าหุ้นก่อน IPO หลุดออกจากฐานภาษี
3. ความคลุมเครือของกติกาเดิม
การขาดกฎหมายเฉพาะทำให้เกิดช่องว่างการวางแผนภาษี และกระทบความเชื่อมั่นต่อความเป็นธรรมของระบบตลาดทุน
เปลี่ยน
อุดช่องว่างภาษีกำไรลาภลอยก่อนเข้าตลาด ด้วยกติกาที่ชัดเจน เป็นธรรม และไม่บั่นทอนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
1. จัดเก็บภาษีกำไรจากหุ้นก่อน IPO
ออกกฎหมายจัดเก็บภาษีจากกำไรส่วนต่างราคาหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมก่อนบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมุ่งเน้นผู้ก่อตั้ง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้ถือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นก่อน IPO
2. คำนวณกำไรบนฐาน fully diluted
ประเมินกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคา ณ วันขาย กับมูลค่าหุ้นที่ได้รับ โดยคำนึงถึงโครงสร้างหุ้นทั้งหมดอย่างเป็นธรรม
3. เก็บภาษีเมื่อมีการขายจริงเท่านั้น
การชำระภาษีเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีการจำหน่ายหุ้นหลังเข้าตลาด เพื่อไม่กระทบสภาพคล่องและไม่เป็นอุปสรรคต่อการ IPO
4. กำหนดเกณฑ์มุ่งเป้าเฉพาะรายใหญ่
ใช้เกณฑ์สัดส่วนการถือหุ้นหรือมูลค่ากำไรสะสมขั้นต่ำ เพื่อมุ่งจัดเก็บจากกำไรลาภลอยในวงเงินสูง และไม่กระทบผู้ลงทุนรายย่อย
5. รักษาสมดุลระบบนิเวศตลาดทุน
ออกแบบกติกาให้เกิดความเป็นธรรมทางภาษี ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรมและการเติบโตของตลาดทุนไทย
