
ปกป้องสิทธิผู้บริโภคยุคใหม่ ยุติการถูกเอาเปรียบ สร้างมาตรฐานผู้ประกอบการ
ไม่ทน
1. เงินก้อนใหญ่สูญเปล่า
ประชาชนต้องผ่อนชำระสินค้าหรือบริการมูลค่าสูง แต่กลับใช้ไม่ได้จริง สินค้าชำรุดซ้ำซาก หรือบริการไม่เป็นไปตามที่โฆษณา โดยต้องแบกรับภาระหนี้ที่ไม่เป็นธรรม
2. ถูกผูกขาดและเอาเปรียบหลังการซื้อ
ค่าอะไหล่ ค่าแรงซ่อม และค่าใช้จ่ายหลังการซื้อ โดยเฉพาะรถยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า สูงเกินมาตรฐานจากการผูกขาดข้อมูลและการซ่อม
3. เสี่ยงชีวิตและทรัพย์สินจากบริการมูลค่าสูง
บริการด้านสุขภาพ ความงาม บ้านและคอนโด มีมูลค่าสูงและกระทบชีวิตโดยตรง แต่ระบบคุ้มครองผู้บริโภคยังไม่ทันต่อความเสี่ยงจริง
เปลี่ยน
ยกระดับสิทธิผู้บริโภคให้ทันเศรษฐกิจยุคใหม่ ควบคู่กับการสร้างมาตรฐานผู้ประกอบการที่เป็นธรรม
1. ปรับโครงสร้างหน่วยงานกำกับดูแล
รื้อและยกระดับองค์กรที่กำกับสินค้าและบริการจำเป็นต่อค่าครองชีพ เช่น คมนาคม พลังงาน โทรคมนาคม และสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อเพิ่มอำนาจคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง
2. สิทธิ “เปลี่ยนได้ ถ้าไม่ตรงปก” (Lemon Law)
ให้ผู้บริโภคเลือกรับเงินคืนเต็มจำนวนหรือเปลี่ยนสินค้าใหม่ได้ทันที เมื่อสินค้าชำรุดซ้ำซากเกิน 3 ครั้งในอาการเดิม หรือซ่อมไม่เสร็จภายใน 30 วัน โดยไม่ต้องรอคำพิพากษาศาล
3. ยุติการผูกขาดการซ่อม (Right to Repair)
บังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์เปิดเผยคู่มือและจำหน่ายอะไหล่ให้อู่มาตรฐานเอกชน ลดการผูกขาดราคาอะไหล่ แบตเตอรี่ และค่าแรงซ่อม
4. คุมต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้า
กำหนดเพดานราคาแบตเตอรี่สำรองและค่าแรงไว้ล่วงหน้าในสัญญาซื้อขาย เพื่อป้องกันค่าเบี้ยประกันภัยพุ่งสูงจนประชาชนแบกรับไม่ไหว
5. คุ้มครองเงินดาวน์บ้าน–คอนโด (Residential Escrow)
บังคับใช้บัญชีกลางสำหรับเงินจองและเงินดาวน์ เบิกใช้ได้เมื่อผ่านการตรวจรับโดยวิศวกรอิสระ พร้อมขยายการรับประกันโครงสร้าง 10 ปี และงานระบบ 3 ปี
