
ล้างวงจรยาเสพติด รักษาคนเสพ ปราบคนขาย ปกป้องสังคม
ไม่ทน
1. เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ยังดำเนินการต่อเนื่อง
การลำเลียงและกระจายยาเสพติดข้ามพื้นที่และข้ามแดนยังเกิดขึ้น ทำให้ปัญหายาเสพติดแพร่กระจายสู่ชุมชน
2. ผู้เสพถูกผลักเข้าสู่กระบวนการอาญาแทนการรักษา
ระบบเดิมทำให้ผู้เสพติดประวัติอาชญากรรม เข้าถึงการบำบัดยาก และวนกลับไปเสพซ้ำ
3. เครือข่ายรายใหญ่ยังอยู่
การปราบปรามไม่ตรงจุด ตัดปลายเหตุ จับรายย่อยได้มากแต่ไม่ตัดโครงข่ายต้นทาง
เปลี่ยน
ล้างวงจรยาเสพติดแบบครบห่วงโซ่ แยกบทบาทชัดเจน ใช้ข้อมูลเป็นฐาน และดึงชุมชนร่วมมือ
1. แยกผู้เสพออกจากผู้ขาย
ปรับกระบวนการตั้งแต่จับกุมให้ผู้เสพเข้าสู่การบำบัดโดยสมัครใจ ไม่ติดประวัติอาชญากรรม มุ่งรักษาแทนลงโทษ
2. ขยายศูนย์บำบัดและเชื่อมฟื้นฟูอาชีพ
เพิ่มศูนย์บำบัดให้เข้าถึงง่าย เชื่อมการรักษากับการศึกษา การฝึกอาชีพ และการมีงานทำ พร้อมระบบติดตามต่อเนื่อง วัดผลจากจำนวนผู้เลิกยาได้
3. ปราบเครือข่ายรายใหญ่ตรงจุด
เพิ่มแรงจูงใจการปราบปรามเครือข่ายระดับบน ควบคู่บทบาทกองทัพในการปิดช่องทางลำเลียงข้ามแดน
4. ส่งเสริมกฎหมายควบคุมกัญชาเฉพาะ
ให้มีกฎหมายชัดเจนแทนการใช้ประกาศกระทรวง ควบคุมการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์อย่างเคร่งครัด ห้ามจำหน่ายเพื่อนันทนาการ และป้องกันเยาวชนเข้าถึง
5. บริหารพื้นที่เสี่ยงด้วยข้อมูล
จัดทำ ดัชนีพื้นที่เสี่ยง บนแผนที่เชิงพื้นที่ (Spatial Data) เพื่อประเมินสถานการณ์รายพื้นที่ จัดสรรทรัพยากรอย่างแม่นยำ และเปิดข้อมูลให้ชุมชนร่วมแก้ปัญหา
6. ปิดช่องทางลำเลียงข้ามแดนและสร้างเครือข่ายภาคประชาชน
ให้กองทัพสนับสนุนการสกัดกั้นตามแนวชายแดน และมีระบบรางวัลนำจับผ่านดิจิทัลที่ปลอดภัย เพื่อจูงใจประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส
