การอภิปรายพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 โดย นายชวน หลีกภัย
การอภิปรายพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน
และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
โดย นายชวน หลีกภัย เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569
ท่านประธานที่เคารพกระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นหนึ่งใน 133 คนที่เข้าชื่อใช้สิทธิ์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรค 1 คือยื่นเรื่องให้ท่านประธานส่งไปยังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดที่ออกมาฉบับนี้ถูกต้องเป็นไปตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ คือเป็นกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศความปลอดภัยสาธารณะความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะพระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับ ดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ และวรรค 2 การตราพระราชกำหนด ตามวรรค 1 ให้กระทำได้ เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้
บัดนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยมาเรียบร้อยแล้วนะครับว่า เฉพาะในมาตรา 5 วงเล็บ 1 คือเงินกู้ตามพระราชกำหนดฉบับนี้ ในส่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนเกษตรกรและผู้ประกอบการ กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียงนะครับ ว่าเข้าตามมาตรา 172 วรรค 1 แต่สำหรับวรรค 2 ของมาตรา 5 คือเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีเสียง 7:2 นะครับคือมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่านที่ไม่เห็นด้วย ถือว่าไม่เข้าตามมาตรา 172 วรรค 1
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอกราบเรียนว่าด้วยความเคารพต่อดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่านนะครับ ผมถือว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักของบ้านเมือง ท่านเหล่านี้ต้องรักษาหลักของบ้านเมืองไว้ให้ได้ ให้กำลังใจนะครับ นับตั้งแต่ท่านนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยฉบับนี้ ท่านอุดม สิทธิวิรัชธรรม ท่านวิรุฬห์ แสงเทียน ท่านจิรนิติ หะวานนท์ ท่านนภดล เทพพิทักษ์ ท่านบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ท่านอุดม รัฐอมฤต ท่านสุเมธ รอยกุลเจริญ ท่านสราวุธ ทรงศิวิไล
ที่ผมต้องกราบเรียนเพราะว่าโครงสร้างรัฐธรรมนูญก็เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งมันจะไปเกี่ยวกับคำวินิจฉัยที่อยากให้กำลังใจ เพราะว่ามันเริ่มมีโครงสร้างที่มีอธิบดีกรมทางหลวงเข้ามาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็แปลกไปจากเดิมที่เราใช้นักกฎหมาย นักปกครองเพราะบทบาทศาลรัฐธรรมนูญ คือวินิจฉัยกฎหมาย แต่คิดว่าท่านสราวุธ ทรงศิวิไล ท่านเป็นคนเก่งคนดีคนหนึ่ง และอยากจะกราบเรียนต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า แม้โครงสร้างเริ่มเปลี่ยนด้วยการเมืองเข้าไปแทรกแซง แต่หวังว่าทั้ง 9 ท่านจะเป็นหลักของบ้านเมืองนะครับ แม้จะรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ แต่อย่างผมได้กราบเรียนไว้จริงจังนะไม่ได้พูดเล่น ๆ ว่า อย่าเอาหนี้บุญคุณนี้มาทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง เราใช้หนี้บุญคุณตอนที่ผู้มีบุญคุณตาย หรือเป็นอหิวาตกโรคตาย เราไปงานศพเขาก็ถือว่าเป็นการใช้หนี้บุญคุณ ผมจริงจังเรื่องนี้เพราะผมสนับสนุนให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักของบ้านเมือง และผมก็เคยปกป้องจึงไม่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากการเมืองเข้าไปแทรกแซง อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่อยากกราบเรียน
ในประเด็นเรื่องของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นเรื่องของมาตรา 5 วงเล็บ 2 นั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ที่จริงแล้วส่วนตัวผมนะครับ ที่ทำเรื่องร้องไปกับเพื่อน 133 คนนั้น ไม่ใช่เป็นนักร้องครับแต่เพราะพิจารณาโดยถ่องแท้ว่า พระราชกำหนดฉบับนี้แม้จะเป็นประโยชน์ในเรื่องความมั่นคงก็ตามแต่ในวรรค 2 ม.172 การตราพระราชกำหนดฉบับนี้ไม่ได้กระทำโดยกรณีจำเป็นรีบด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องนึกถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเราว่า หัวใจของมันจริง ๆ คือเราแบ่งอำนาจ 3 ฝ่าย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อำนาจ 3 ฝ่ายนี้ จริงอยู่ ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารนั้นใกล้เคียงกัน เพราะฝ่ายบริหารมาจากเสียงข้างมากของสภาก็ตาม แต่ความศักดิ์สิทธิ์ของระบบนี้อยู่ที่แต่ละอำนาจนั้นต้องใช้สิทธิภายในอำนาจนั้น โดยอีกอำนาจหนึ่งต้องไม่ไปแทรกแซงแต่อำนาจของฝ่ายบริหารจำเป็นต้องใช้เครื่องมือคือ กฎหมายในการบริหารประเทศ ความจำเป็นนี้แน่นอนที่สุดว่าจะรอให้ออกกฎหมายโดยผ่านสภา วาระ 1 2 3 ก็ไม่ทันการ จึงให้สิทธิไว้ในมาตรา 172 ว่ากรณีเพื่อประโยชน์จะรักษาความปลอดภัยของประเทศดังที่กล่าวแล้ว แต่นี่คือหลักที่เป็นข้อยกเว้น ของหลักที่เป็นข้อยกเว้น หลักนี้ยังมีข้อแม้ว่าจะต้องจำเป็นรีบด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
พิจารณาทั้งหมดอย่างที่พวกเราหลายท่านรวมทั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวและบรรดาสมาชิกฝ่ายค้านได้อภิปรายมาจะเห็นว่า นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชกำหนดฉบับนี้จนถึงวันนี้เกือบ 4 เดือนแล้วครับ หลายวันผ่านมาสมควรแล้วว่า มันพิสูจน์ว่าความจำเป็นรีบด่วนนั้นไม่จริงนั่นเรื่องหนึ่งนะครับ ยังไงก็ตามผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ผมย้ำเรื่องนี้ผมคิดว่า ถ้าเรายึดหลักนะครับการปกครองของเรานั้น ก็จะไปได้ดี แม้จะมีปัญหาอะไรก็ตาม แต่ว่าหลักมันจะทำให้การปกครองเราไปได้ด้วยดีอาจจะเป็นภาระกับฝ่ายบริหารบ้างที่ต้องให้ผ่านสภา แต่ฝ่ายบริหารที่มาจากประชาชนที่แท้จริง เขาจะไม่กลัวสภา เขาเข้ามาชี้แจงได้ แต่ว่าถ้ากลัวสภาหลีกเลี่ยงเพียงเพื่อความสะดวกตัวเอง เราก็จะมีปัญหา
ความจริงมันมีตัวอย่างที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า การที่เราละเมิดหลักนั้น มันเคยมีตัวอย่างมาแล้วท่านประธานนึกออกครับวันที่ 22-23 ที่ผ่านมานี้ เหตุร้ายใน 3 จังหวัดภาคใต้ 51 ครั้ง และก็ความจริงแล้วขณะนี้ก็เถียงกันว่าเฮลิคอปเตอร์ยิงหรือว่ากระสุนมาจากไหน จากที่ชาวบ้านถูกยิงไม่ค่อยมีใครพูดถึงว่าเหตุร้ายเหล่านี้มันมาจากอะไร มันมาจากการฝืนหลัก คือวันหนึ่งฝ่ายบริหารไม่ยึดหลักให้ฝ่ายวินิจฉัยก็ดีเมื่อมีคนร้ายถูกจับฝ่ายบริหารสั่งเองครับให้จัดการเดือนละ 10 คน คนร้ายมีไม่เกิน 18 คน 2 เดือน ก็หมดคือเก็บฆ่าทิ้ง นี่คือที่มาอันเป็นผลจากการละเมิดหลัก คือไม่ใช้หลักให้อำนาจตุลาการตัดสิน แต่ฝ่ายบริหารจับแล้วตัดสินเอง ตัวอย่างความเสียหายนี้เกิดขึ้นรุนแรง วันนี้เราจึงได้เห็นเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมามีคนสูญเสียไปจากความละเมิดหลักนี้แล้วถึง 7,000 กว่าคน
ผมกราบเรียนประธานเรื่องนี้ว่า ผมถึงย้ำกลับมาว่า เราจึงต้องยึดหลัก มิฉะนั้นการปกครองบ้านเมืองเราจะมีปัญหาตัวอย่างเราใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานอ่านคำปรารภนะครับ ก่อนที่ในหลวงจะลงพระปรมาภิไธยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในคำปรารภเขียนว่าอย่างนี้ครับ แม้ได้มีการยกเลิกแก้ไขเพิ่มเติมประกาศใช้รัฐธรรมนูญเพื่อจัดระเบียบการปกครองให้เหมาะสมหลายครั้ง แต่การปกครองก็ไม่ได้มีเสถียรภาพหรือราบรื่นเรียบร้อย เพราะยังคงประสบปัญหา และข้อขัดแย้งต่าง ๆ บางครั้งเป็นวิกฤตทางรัฐธรรมนูญที่หาทางออกไม่ได้ เหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มีผู้ไม่นำพา หรือไม่นับถือยำเกรงกฎเกณฑ์การปกครองบ้านเมืองทุจริต ฉ้อฉล หรือบิดเบือนอำนาจ หรือขาดความตระหนัก สำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และประชาชน จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล ซึ่งจำต้องป้องกันและแก้ไขด้วยการปฏิรูปการศึกษา และการบังคับใช้กฎหมายและเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบคุณธรรมและจริยธรรม
ประธานที่เคารพครับผมกราบเรียนย้ำว่าแม้คำปรารภของรัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ขณะนี้ ยังได้ย้ำถึงเรื่องการที่เรายึดหลักกฎเกณฑ์ ดังนั้นผมคิดว่าสถานการณ์ในขณะนี้เราต้องระมัดระวังไม่ให้สถานการณ์นี้เข้าไปสู่เหมือนคำปรารภในการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นคือการที่ไม่นำพาต่อกฎเกณฑ์กับกติกาของบ้านเมืองใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ฉ้อฉล อย่างที่เราวิตกกังวลกันอยู่ขณะนี้
ผมกราบเรียนท่านประธานฝากข้อสังเกตไว้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มาที่นี่ ท่านเป็นหลักนะครับ ท่านอย่ายอมให้เขากดดันให้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ท่านต้องชี้นำให้ฝ่ายการเมืองยึดหลัก แล้วหลักนี้จะทำให้บ้านเมืองเราไปรอดครับ แม้จะมีปัญหาอะไรก็ตาม ขอบพระคุณท่านประธานครับ
