สคบ. ดิจิทัล: รวดเร็ว เฉียบขาด (Smart OCPB)

ไม่ทน

1. ร้องเรียนยาก คดีล่าช้า
ผู้บริโภคที่ถูกเอาเปรียบต้องร้องเรียนรายบุคคล ใช้เวลานาน ค่าใช้จ่ายสูง และเสียเปรียบเมื่อต้องต่อสู้กับธุรกิจขนาดใหญ่

2. ความเสียหายชัด แต่แก้ไม่ได้ทันที
กรณีของปลอม ไม่ส่งของ หรือหลักฐานชัดเจน ยังต้องรอขั้นตอนหลายหน่วยงาน ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงที

3. เสี่ยงอันตรายจากบริการความงาม
ผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าแพทย์เป็นแพทย์จริงหรือไม่ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้รับการรับรองหรือไม่ ส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง

เปลี่ยน

ยกระดับ สคบ. ให้เป็นกลไกคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก ด้วยระบบดิจิทัลและอำนาจที่ใช้ได้จริง

1. ฟ้องคดีผู้บริโภคแบบกลุ่มอัตโนมัติ
ใช้ระบบ AI คัดกรองและจับคู่ผู้เสียหาย (Group Matching) เมื่อพบการร้องเรียนในสินค้า/บริการเดียวกันจำนวนมาก เพื่อนำไปสู่การฟ้องคดีแบบกลุ่มทันที ลดต้นทุนและเพิ่มอำนาจต่อรองของประชาชน

2. อำนาจสั่งคืนเงินทันที
ให้อำนาจ สคบ. ออกคำสั่งทางปกครองเพื่อสั่งปรับหรือสั่งคืนเงินได้ทันทีในกรณีหลักฐานชัดเจน โดยไม่ต้องรอกระบวนการตำรวจหรือศาล

3. คุ้มครองผู้บริโภคด้านความงาม (Beauty Safe Pass)
บังคับให้ผู้ให้บริการด้านสุขภาพและความงามมีระบบยืนยันตัวตนแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบแพทย์ ผู้ให้บริการ และผลิตภัณฑ์ได้ก่อนตัดสินใจ

4. เชื่อมฐานข้อมูลรัฐเพื่อความปลอดภัย
ระบบตรวจสอบเชื่อมตรงกับฐานข้อมูลของ อย. และแพทยสภา เพื่อยืนยันว่า “หมอต้องแท้ ยาต้องจริง” ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพ

5. เพิ่มความเท่าเทียมในกระบวนการยุติธรรม
ลดภาระค่าใช้จ่ายและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะเมื่อเผชิญธุรกิจขนาดใหญ่

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา