อาชีวะ ปลด(ล็อค)-ปรับ-เปลี่ยน (Vocational Education Reform)

ไม่ทน

1. เรียนจบแต่ไม่การันตีงาน
ผู้เรียนอาชีวะจำนวนมากยังไม่มั่นใจว่าจะมีงานทำหลังเรียนจบ เพราะระบบการเรียนไม่เชื่อมกับความต้องการจริงของสถานประกอบการ

2. หลักสูตรไม่ทันตลาดแรงงาน
หลักสูตรอาชีวะปรับตัวช้า ไม่สอดคล้องกับทักษะที่นายจ้างต้องการ ทำให้ผู้เรียนต้องไปฝึกใหม่หลังจบการศึกษา

3. โอกาสของผู้เรียนไม่เท่ากัน
การเข้าถึงระบบทวิภาคีและการทำงานระหว่างเรียนยังไม่ครอบคลุม ทำให้ผู้เรียนบางส่วนขาดประสบการณ์ทำงานจริง

เปลี่ยน

ปรับระบบอาชีวะให้ยึด “การมีงานทำจริง” เป็นเป้าหมายหลัก โดยเชื่อมสถานศึกษาเข้ากับสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ

1. เป้าหมายคือมีงานทำจริง
ปรับตัวชี้วัดของสถานศึกษาอาชีวะให้เน้นผลลัพธ์การมีงานทำของผู้เรียนเป็นหลัก

2. ต่อยอดระบบทวิภาคี
ส่งเสริมการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย โดยผู้เรียนได้ฝึกงานจริงและมีโอกาสได้รับสัญญาจ้างเมื่อผ่านเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกัน

3. สถานศึกษา–สถานประกอบการร่วมกำหนดมาตรฐาน
ให้ทั้งสองฝ่ายกำหนดเงื่อนไข ทักษะ และเกณฑ์การจ้างงานร่วมกันอย่างชัดเจน

4. หลักสูตรตามคำแนะนำผู้จ้างงาน
พัฒนาหลักสูตรอาชีวะตามความต้องการของผู้ประกอบการที่จะรับนักเรียนเข้าทำงาน

5. ปรับหลักสูตรได้รวดเร็ว
อนุญาตให้สถานศึกษาอาชีวะปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้คล่องตัว เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน

 

ทุกเสียงของประชาชนมีความหมาย

ร่วมส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหา